ข้อมูลของกลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในประเทศไทย
(เรียบเรียงจาก ไพบูลย์ นัยเนตร, 2532 และการติดต่อส่วนบุคคล, 2543)

       สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นกลุ่มของสัตว์ที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก มีประมาณ 96% ของสัตว์โลกทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นพวกสัตว์ขาปล้อง 85% โดยแบ่งออกเป็น

  • แมลง ประมาณ 74%
  • พวก กุ้ง ปู กั้งตั๊กแตน ไรน้ำ แมงมุม แมงป่อง ตะขาบ กิ้งกือ แมงดาทะเลและสัตว์ขาปล้องชนิดอื่นๆ ประมาณ 11 %
  • และที่เหลือเป็นสัตว์ ประเภทอื่นๆ เช่น ปะการัง หนอนตัวแบน หนอนตัวกลม หอย และ เอไคโนเดริม รวมแล้วประมาณ 11%

       สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังแบ่งออกเป็นไฟลัม(Phylum)ต่างๆทั้งหมดประมาณ 31-33 ไฟลัม ซึ่งขึ้นอยู่กับนักสัตววิทยาแต่ละคนที่จะแบ่งให้ละเอียดออกไป ซึ่งรวมทั้งการแบ่งชั้น (class) ของแต่ละไฟลัมเพิ่มจำนวนขึ้นด้วย
เนื่องจากสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีจำนวนมาก และบางกลุ่มสามารถพบได้ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง ทั้งในน้ำ บนดิน ใต้ดิน และในอากาศ นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการไทยที่ทำการศึกษาสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในประเทศไทยมีจำนวนน้อยมาก และศึกษากันอยู่ในวงแคบๆเพียงไม่กี่กลุ่มของสัตว์พวกนี้ โดยเฉพาะจะทำการศึกษาเฉพาะกลุ่มที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเกี่ยวกับการประมง และตลอดจนนำมาใช้เป็นอาหารของประชาชน และที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์เท่านั้น ที่จะศึกษาเพื่อเป็นพื้นฐานทางด้านการสอนและการวิจัยนั้นมีเป็นจำนวนน้อย เพราะไม่มีข้อมูลและเอกสารในการศึกษาได้เพียงพอ ประกอบกับยังไม่มีการเก็บตัวอย่างสัตว์ครอบคลุมทั่วประเทศ ปัจจุบันแม้จะมีหน่วยงานที่สนับสนุนให้ทำงานด้านนี้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ รัฐจำเป็นต้องสนับสนุนให้เต็มที่ จึงจะได้ข้อมูลเพื่อการใช้ประโยชน์ในอนาคตอันใกล้

          ดังนั้นจากสาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จึงทำให้ประเทศไทยในปัจจุบัน ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีจำนวนชนิด(species) ที่แน่นอนของพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเท่าใดที่พบในประเทศไทย นอกจากนั้นยังไม่สามารถบอกได้ว่าขณะนี้พบสัตว์กลุ่มนี้แล้วกี่เปอร์เซ็นต์ และยังไม่ได้พบอีกกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการวิจัยเกี่ยวกับทางด้านอนุกรมวิธานของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีนักวิชาการตามกรม กองต่างๆ และอาจารย์ในมหาวิทยาลัยบางคนเท่านั้นที่ทำงานทางด้านนี้ และก็มีปัญหาตามมาดังที่กล่าวมาแล้วจึงทำให้งานทางด้านนี้ก้าวหน้าไปช้ามาก

จำนวนสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางกลุ่มโดยประมาณที่พบในประเทศไทย
แบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

  • Phylum Coelenterata พบพวกปะการังในอ่าวไทยประมาณ 90 ชนิด
  • Phylum Platyhelminthes พบพวกพยาธิใบไม้ปอด 6 ชนิด
  • Phylum Mollusca พบพวกหอยฝาเดียว มากกว่า 1,000 ชนิด หอยสองฝา มากกว่า 300 ชนิดและหมึก 24 ชนิด
  • Phylum Annelida พบพวกหนอนทะเล 50 ชนิด
  • Phylum Arthropoda พวก Crustaceans: ปูน้ำจืด 120 ชนิด, ปูน้ำเค็ม 580 ชนิด, กุ้งน้ำจืด 20 ชนิด, กุ้งน้ำเค็ม 140 ชนิด, กั้งตั๊กแตน 62 ชนิด, พวกที่เป็น planktonได้แก่พวก Amphipod 54 ชนิด, Copepod 150 ชนิด, Ostracod 32 ชนิด, พวกที่เป็นปรสิต (Isopod และ Copepod) 75 ชนิด และแมงดาทะเล 2 ชนิด
  • Phylum Chaetognatha พบ 13 ชนิด
  • Phylum Echinodermata พบ 55 ชนิด

ปะการัง1_s
Echinogorgia  sp.
ภาพ: Piprell and Boyd (1995)

ปะการัง2_s
soft coral
ภาพ: Piprell and Boyd (1995)

        จำนวนเปอร์เซ็นต์ของชนิดสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่พบเฉพาะในประเทศไทย (Endemic species) ยังไม่ทราบจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอน แต่มีความแตกต่างกันระหว่างสัตว์ที่อยู่ในน้ำเค็มน้ำจืด และ สัตว์บก สัตว์ที่อยู่ในน้ำจืด และ บนบก มักแสดงความจำเพาะถิ่นมากกว่าสัตว์น้ำเค็ม เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ห่างกัน หรือแยกจากกันเป็นเวลานาน ๆ เช่นปูน้ำจืดบางชนิดเป็นสัตว์ประจำถิ่น พบอยู่เฉพาะในท้องถิ่นนั้นโดยเฉพาะ ส่วนปูน้ำเค็มมีการกระจายอย่างกว้างขวาง

          พวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เป็นสัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์ (rare and endangered species) นั้น ในประเทศไทยยังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเป็นพวกใดบ้าง เพราะยังไม่มีการทำการศึกษาด้านประชากรและการแพร่กระจายอย่างสมบูรณ์

ปัญหาที่จะทำให้สัตว์บางชนิดสูญพันธุ์

  1. การที่ประชาชนนำมาบริโภคเกินกำลังผลิตจากธรรมชาติโดยไม่มีการเพาะเลี้ยงเพิ่มเติม
  2. การทำลายป่าชายเลนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพวกสัตว์น้ำวัยอ่อนและสัตว์ทะเลพวกไม่มีกระดูกสันหลัง จะทำให้ประชากรของสัตว์ทะเลลดน้อยลง โดยเฉพาะชนิดที่อาศัยอยู่เฉพาะในป่าชายเลน
  3. การทำลายแนวหินปะการัง ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและหลบภัย ของสัตว์ทะเลวัยอ่อนพวกไม่มีกระดูกสันหลัง
  4. การท่องเที่ยวที่ไปตามหาดทรายต่างๆทั้ง 2 ฝั่งของอ่าวไทย และทางทะเลอันดามัน เป็นตัวการอันหนึ่งที่ทำให้ ประชากรของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ที่อาศัยอยู่ตามหาดทรายลดน้อยลง เพราะถูกรบกวนด้วยประชาชนที่จะไปเหยียบย่ำ ทำให้สัตว์พวกนี้อาศัยอยู่ไม่ได้ ต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น
  5. น้ำเสียที่ระบายจากบ้านเรือน หรือโรงแรมต่างๆ ที่ตั้งอยู่ตามชายฝั่งทะเลลงไปทำให้สัตว์ทะเลตามชายหาด หาดเลน บริเวณริมฝั่งทะเล หรือบริเวณรอบๆเกาะลดจำนวนลง
  6. การทำลายป่าไม้ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์โดยตรง
  7. ความนิยมในการเก็บสะสมส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ ทำให้เกิดการค้าขายที่ผิดกฎหมาย เช่น การเก็บสะสมเขาสัตว์ เปลือกหอยหลายชนิด นำไปสู่การทำลายระบบนิเวศ

          พื้นที่ที่ควรอนุรักษ์เพื่อรักษาพันธุ์ไว้นั้น ควรจะต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับ ประชากรของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังแต่ละกลุ่ม ที่อาศัยอยู่ในแต่ละบริเวณนั้นๆอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ว่าวงชีวิตของแต่ละชนิดเป็นอย่างไร แล้วจึงจะมากำหนดเขตของการอนุรักษ์ได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการทางด้านนี้ได้ทำการศึกษาในประเทศไทยอย่างจริงจัง

           ปัจจุบัน การศึกษาวิจัยทางด้านความหลากหลาย ทางชีวภาพของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังของไทยโดยนักวิจัยไทย ภายใต้โครงการพัฒนาความรู้และศึกษานโนบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (BRT) ได้มีการค้นพบสัตว์มากมายหลายชนิด และมีรายงานว่าสัตว์ที่พบส่วนใหญ่เป็นชนิดใหม่ของโลก เช่น การค้นพบไรสี่ขารวมทั้งสิ้น 98 สกุล 218 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นไรชนิดใหม่ของโลก 49 สกุล 195 ชนิด และการค้นพบหอยทากจิ๋วชนิดใหม่ของโลกกว่า 100 ชนิด เป็นต้น
 


สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย สวทช.
 
2000 Thailand Graduate Institute of Science and Technology, NSTDA. All rights reserved.