กีฬาชนกว่าง  (สมหมาย  ชื่นราม,2536)

ฤดูฝนของทุกปีจะเริ่มประมาณเดือนพฤษภาคมแล้วไปสิ้นสุดประมาณปลายเดือนตุลาคมหรือ
ต้นเดือนพฤศจิกายนในช่วงฤดูฝนการเดินทางไปไหนจะรู้สึกสดชื่นเย็นสบายเพราะพื้นดินมี
ความชุ่มชื้น ต้นไม้ใบหญ้ามีสีเขียวชอุ่มในน้ำมีปลาในนามีข้าว ดังที่กล่าวขานกันมาตั้งแต่สมัย
กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เป็นการบอกกล่าวถึงทรัพย์ในดินสินในน้ำที่เกิดจากผลพวงของฤดูฝน

ฤดูฝนก่อให้เกิดความสมบูรณ์พูนสุขหลายอย่างหลายประการ นอกจากความสดชื่นที่ได้จากการ
ได้พบได้เห็นสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าในธรรมชาติ แล้วสิ่งที่พบอยู่เสมอๆ ก็คือสัตว์ทั้งหลายที่
ออกมาใช้ชีวิตพร้อมๆ กับการเริ่มต้นของฤดูฝนไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู ตะขาบ กิ่งกือ
หรือสัตว์สี่ขา เช่น อึ่งอ่าง กบ เขียด สัตว์เหล่านี้จะออกหาอาหารที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในหน้าฝน

ในจำนวนสัตว์ที่พบมากในฤดูฝนในเขตจังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ กว่าง ซึ่งเป็นแมลงปีกแข็ง
ชนิดหนึ่ง ในฤดูแล้ง กว่างจะเข้าดักแด้ หรือจำศีลอยู่ในดิน แต่พอฤดูฝนจะออกจากดักแด้สู่โลก
ภายนอก เป็นตัวเต็มวัย โดยจะพบในป่าไผ่ซึ่งขึ้นปนอยู่กับป่าไม้ทั่วไป ในปัจจุบันแม้ป่าไม้
รวมทั้งป่าไผ่จะถูกทำลายไปมาก แต่ก็ยังมีสภาพเดิมให้ได้เห็น ไม้ไผ่เมื่อเจอฝนก็จะแตกหน่ออ่อน
กว่างตัวเต็มวัยที่ฟักออกจากดักแด้ เมื่อพบหน่อไผ่ ก็จะเจาะแล้วกินเป็นอาหาร รวมทั้งอาศัยเป็น
รังด้วย นอกจากกว่างแล้ว แมลงชนิดอื่น เช่น ด้วงงวงก็อาศัยหน่อไผ่เป็นอาหารเช่นกัน และเป็น
ศัตรูที่สำคัญสามารถทำลายหน่อไผ่ได้อย่างรวดเร็วและทำให้ถึงตายได้

กว่างชน_s
กว่าง

มนุษย์เราคงจะติดนิสัยเป็นนักการพนันมานานแสนนาน มีประจักษ์พยานหลายอย่างที่บ่งบอก
เช่นนั้น และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เช่น การแข่งขันชกมวย การชนไก่ การกัดปลา การชนวัว
ทางภาคใต้และอีกหลายอย่างหลายประเภท ล้วนมีมาแต่โบราณแรกๆ อาจจัดเพื่อความสนุกสนาน
แต่ต่อมาเป็นการพนันขันต่อ

กว่างชน
การชนกว่าง

การแข่งขันพนันขันต่อโดยใช้สัตว์เป็นเครื่องมือที่ผู้เขียนกำลังจะเล่าต่อไปเป็นการชนกว่างคือ
ใช้กว่างชนกันแล้วพนันกันว่าฝ่ายใดจะชนะผู้ชนะจะได้เงินตามข้อตกลง กว่างที่ใช้ชนหาได้
ไม่ยาก เพราะมีอยู่มากมายจะได้มาโดยการซื้อขายหรือจะหาเองตามป่าไผ่ก็ได้ กว่างที่ใช้ชน
เป็นกว่างตัวผู้เท่านั้น การชนกว่างดูเหมือนจะนิยมกันมากในภาคเหนือเท่าที่ผู้เขียนพบ มีตั้งแต่
จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ ลำปราง เชียงใหม่ จังหวัดใกล้เคียงก็คงจะมีช่วงที่มีการชนกว่างตั้งแต่
เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน เพราะเป็นช่วงที่กว่างฟักตัวออกจากดักแด้และระบาดใน
ป่าไผ่ กว่างชนมีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ โดยทั่วไปมีความยาวของลำตัวตั้งแต่ 3 - 6 เซนติเมตร
และความกว้าง 1.5 - 2.5 เซนติเมตร ส่วนสีอาจเป็นสีดำวาว เหมือนเคลือบด้วนน้ำมัน บางตัว
มีสีดำปนน้ำตาลเข้ม กว่างตัวผู้มีเขา 2 อัน อยู่ทางหัว ด้านบน 1 อัน และอยู่ทางหัวด้านล่าง 1 อัน เขาจะโค้งเข้าหากัน สำหรับกว่างตัวเมียไม่มีเขาแต่สามารถใช้เป็นตัวล่อหลอกให้กว่างตัวผู้ชนกัน
เป็นศึกชิงนางได้ ได้กล่าวแล้วว่ากว่างชนอาจได้มาจากตลาดซื้อขาย หรือไปจับหาเอาเองจากป่าไผ่
จะขอเล่าถึงกว่างที่มีการซื้อขายกันในตลาด

ตลาดอุตรดิตถ์

ธุรกิจขายกว่างชน แม้จะมิใช้ธุรกิจที่ใหญ่โตเหมือนธุรกิจอื่นๆ แต่ก็เป็นกิจการที่ทำรายได้ให้
ผู้ประกอบการพอสมควร เริ่มจากการเดินทางผ่านไปทางอุตรดิตถ์ จะพบมีกว่างวางขาย
อยู่ข้างทางบางตัวถูกมัดติดกับท่อนอ้อย บางตัวก็จะถูกจับขังไว้ในข้องหรือกระชุใส่ปลา
มีฝาปิดกันหนี ส่วนสนนราคานั้นตัวเล็กขายตัวละ 5 บาท ใหญ่ขึ้นไปหน่อยตัวละ 10 บาท
ส่วนตัวเมียนั้นถูกหน่อยขายได้เพียงตัวละบาทเดียวเท่านั้น ผู้ขายรายหนึ่งบอกว่าวางขายข้าง
ทางแถวอุตรดิตถ์ไม่ค่อยได้ราคาส่งไปขายเชียงใหม่จะได้ราคาดีกว่า

ขายกว่าง_s
การขายกว่าง 1

ขายกว่~1_s
การขายกว่าง 2

ตลาดเชียงใหม่

ขอนำเที่ยวตลาดกว่างชนที่เชียงใหม่เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าไปที่เชิงสะพานเนาวรัตน์ ริมฝั่งแม่น้ำปิง
ใกล้ๆ กับจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่บริเวณนั้นจะมีต้นจามจุรีหรือก้ามปู หรือฉำฉา
ก็แล้วแต่จะเรียก ต้นก้ามปูแถบนั้นปลูกมานานจึงมีกิ่งก้านสาขาใหญ่โตให้ร่มทั้งวัน แถวต้นก้ามปู
นั่นเองจะมีกว่างวางขายบริเวณใกล้ๆ กันเป็นสนามชนกว่างกลางแจ้ง มีผู้คนห้อมล้อมส่งเสียง
เชียร์กันเป็นจุดๆ เป็นที่สนุกสนาน ราคาของกว่างที่วางขายใต้ต้นก้ามปูนั้น มีราคาตั้งแต่ตัวละ
20 บาท ถึง 100 บาทขึ้นไป กว่างบางตัวมีการซื้อขายกันในราคากว่าพันบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
ลักษณะของกว่าง และประวัติความเป็นแชมป์การต่อสู้ของกว่างด้วย

ขายกว่~2_s
บรรยากาศการขายกว่าง 1

ขายกว่~3_s
บรรยากาศการขายกว่าง 2

กว่างชนที่ดีควรมีลักษณะดังนี

  1. สีของลำตัวสม่ำเสมอ เช่น สีดำหรือสีน้ำตาลตลอด
  2. เขายาวงอน ช่องว่างระหว่างเขาล่างและเขาบนต้องกว้าง เขาล่างโค้งขึ้น เขาบนแบนและโค้งสูง
  3. ลำตัวใหญ่กลมนูน
  4. ขาใหญ่และยาว

กว่างที่นำมาวางขายนั้น เพื่อกันไม่ให้กว่างชนหนี คนขายใช้เชือกหรือ เส้นไหมพรมสีต่างๆ
ผูกที่เขาของกว่างชน ปลายเชือกอีกข้างหนึ่งผูกไว้กับไม้ปลายแหลม โดยปักไม้ปลายแหลมไว้ ที่ท่อนอ้อย นั่งขายเรียงกันเป็นแถว นอกจากนี้ยังขายอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันกีฬาชนกว่างด้วย

บ่อนชนกว่าง

การชนกว่างมิได้เปิดเฉพาะสนามกลางแจ้งเท่านั้น ในเชียงใหม่ยังมีบ่อนกว่างชนหลายบ่อน
บ่อนที่ผู้เขียนจะพาผู้อ่านไปชนคือ บ่อนป่าบง อยู่ใกล้อำเภอสันป่าตอง เจ้าของบ่อนคือ
คุณสุวัฒน์ วานิชภิญโญ เป็นบ่อนที่เปิดถูกต้องตามกฎหมายแต่เดิมบ่อนนี้เป็นบ่อนไก่ชน
แต่มาปีนี้คือ พ.ศ. 2536 ไก่ชนมีน้อย เจ้าของจึงหันมาทำกว่างชนเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากชาวบ้าน
สนใจเล่นกันมากและระยะเวลาที่จะทำเงินได้นั้นค่อนข้างเร็ว อย่างนานที่สุดก็ไม่เกิด 30 นาที
เวลาที่บ่อนเปิดประมาณ 10.00 น. เปิดวันเว้นวัน เมื่อถึงเวลาบ่อนเปิดชาวบ้านต่างทะยอยกัน
เข้าบ่อน พร้อมกับนำกว่างชนของตัวเองมาด้วย นอกจากนักเลงกว่างชนแล้ว ก็มีพ่อค้านำกว่างชน
มาขายในบ่อนด้วย 

บ่อนกว~1
บ่อนป่าบง

การเตรียมการก่อนแข่งขัน

ขอกล่าวถึงการเตรียมการก่อนการแข่งขัน เมื่อนักชนกว่างได้กล่าวลักษณะดีตามต้องการแล้ว
ก่อนที่จะนำไปเข้าการแข่งขันนั้น มีการเก็บตัวเข้าค่ายซ้อม เช่นเดียวกับมวยเหมือนกัน มีการ
ฝึกฝนให้รู้วิธีและชินการต่อสู้ เครื่องมือที่ใช้ในการฝึกสอนก็ไม่มีอะไรมากใช้ ไม้เหลาเกลี้ยง
ยาวพอประมาณ ถ้าจะให้ดีหน่อย ก็ทำจากกระดูกที่ขัดเกลาจนเรียบตรงปลายแหลม มีความยาว
6 - 7 นิ้ว ใช้ไม้นี้ปั่นตัวกว่างเพื่อให้เกิดเสียงและเสียงนี้เอง ทำให้เกิดการยั่วยุให้เจ้ากว่างเกิด
อารมณ์ต่อสู้ เหมือนได้ยินเสียงปี่เสียงกลอง การปั่นที่ตัวกว่างนี้เป็นการฝึกฝนทิศทางเดินของ
กว่างด้วย ผู้เขียนเข้าใจว่าการฝึกฝนทิศทางเดินนี้คงไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ฝึก
และกว่างเป็นสำคัญ เช่น ถ้าต้องการให้กว่างหันไปทางขวาก็ใช้ไม้ปั่นสีข้างหรือลำตัวด้านขวา
ถ้าต้องการให้หันไปทางซ้ายก็ใช้ไม้ปั่นลำตัวด้านซ้าย ต้องการให้เดินหน้าก็ปั่นที่เขาล่างจะให้เดิน
ถอยหลังก็ใช้ไม้ปั่นที่ด้านใต้ของเขาล่าง รูปแบบการฝึกฝนมีแตกต่างกันไปบ้างแล้วแต่ผู้ฝึก
แต่ส่วนใหญ่ก็คล้ายกัน และก่อนถึงสนามมีการหาคู่ซ้อมฝึกให้ชนกันก่อนเวลาที่ใช้ฝึกอย่างมาก
ไม่เกิน 7 วัน ก็ไปท้าชิงได้

อุปกรณ~1
ไม้เหลาเกลี้ยง

การพากว่างไปชนยังแดนไกล เจ้าของค่ายจะต้องประคบประหงมนักกีฬาของเขาเป็นอย่างดี
มิให้บอบช้ำ ไม่ให้โดนลมโดนแดดโดยใช้กาบกล้วยตัดเป็นแผ่นยาว ลักษณะคล้ายใบตองห่อขนม
เรียกว่าเตี่ยวแต่กว้างกว่า ที่เตี่ยวเจาะรูไว้ 2 รูหุ้มกว่างชนที่เกาะอยู่บนท่อนอ้อย และใช้หนังสติก
รัด กว่างจะอยู่ภายในเตี่ยวที่ถูกห่อรัดไว้แล้วหายใจทางรู 2 รูที่เจาะไว้ กาบกล้วยทำให้กว่าง
อยู่เย็นสบาย ไม่อ่อนเพลีย แม้จะพาไปไหนไกลๆ ก็ยังพร้อมที่จะต่อสู้

กติการการชนกว่าง

สำหรับกติกาที่ใช้ในการชนกว่าง เขามีกติกาเช่นเดียวกับการชกมวย คือเริ่มแรกมีการจัดคู่ชก
มีการเลือกขนาด คู่ต่อสู้ต้องมีขนาดเดียวกันวัดจากขนาดของลำตัว ขนาดของงวง การจัดขนาด
ก็เพื่อมิให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน  เมื่อเลือกคู่ต่อสู้ได้แล้ว เจ้าของก็เตรียมตัวพาขึ้นเวที
เวทีของกว่างชนนี้น่าสนใจทีเดียว คือเป็นแคร่สูง 2 เมตร ยาว 4 เมตร กว้าง 2 เมตรมีขนาด
กว้างยาวพอให้ต่อสู้กันได้ครั้งละ 2 คู่พร้อมทั้งเจ้าของ มีบันไดสำหรับขึ้นลง 2 ทาง บนแคร่
ที่เป็นเวทีนั้นวางกอน หรือคอน 2 คอน คอนคือไม้ที่ทำขึ้นเพื่อให้กว่างเกาะ ทำจากแก่นปอสา
หรือนุ่น เพราะเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติเบา และเหมาะสำหรับให้กว่างยึดเกาะและไม่ลื่น โดยทั่วไป
คอนจะมีเส้นฝาศูนย์กลางประมาณ 5 - 10 เซนติเมตร ยาวประมาณ 40 - 100 เซนติเมตร
ตรงกลางคอนด้านล่างมีช่องรูปสี่เหลี่ยมขนาด 2.5 x 2.5 เซนติเมตรลึกประมาณ 1/3 ของ
เส้นผ่าศูนย์กลางคอน และมีฝาปิด สำหรับใส่คอนตัวเมีย โดยจะมีช่องทะลุด้านบนขนาด 1 x 1
เซนติเมตร เพื่อให้กลิ่นตัวเมียออก ถ้าเป็นคอนยาว ต้องเจาะช่องใส่ตัวเมีย 2 ช่อง ให้มีระยะ
ห่างกัน 2.5 เซนติเมตร

กระบอก~1_s
ช่องรูปสี่เหลี่ยมของเวทีกว่างชน

กระบอก_2_s
ฝาปิดของเวทีกว่างชน

คู่ต่อสู้จะอยู่ตรงปลายคอนแต่ละข้าง แล้วให้เดินมาชนกันตรงกลางใกล้ช่องตัวเมียอยู่ โดยที่
เจ้าของกว่างนี้จะเป็นผู้กำกับและคอยใช้ไม้ปั่นให้สู้กัน และใช้เสียงเชียร์ฝ่ายของตนเหมือนกับ
เชียร์มวยฉันใดก็ฉันนั้น  กติกาต่างๆ ในการตัดสินและการเดินพันเพื่อพนันขันต่อคู่ต่อสู้ที่จะ
ไปแข่งขันกันนั้น หลักใหญ่ก็คือเป็นการพนัน มีการเดินพันโดยคู่ต่อสู้จะต้องตกลงกันก่อนว่าจะ
พนันกันในวงเงินเท่าไร เช่นเดิมพันด้วยเงิน 500 บาท คู่แข่งขันทั้ง 2 ฝ่ายต้องไปซื้อคูปองใน
ราคา 550 บาท เป็นค่าสนาม หรือค่าบ่อน 50 บาท เจ้าของบ่อนจะคิดค่าสนาม 10 เปอร์เซ็นต์
ของเงินเดิมพัน ถ้าฝ่ายใดชนะก็ได้เงินไปทั้งหมด 1,000 บาท เป็นของเจ้าของบ่อน 100 บาท
ซื้อตั๋วเดิมพันกันทั้งสองฝ่ายแล้วก็ให้ตั๋วเงินนี้กับกรรมการ ซึ่งทางบ่อนจะได้จัดไว้ให้และขึ้นเวที
ชนกว่างกันเลย โดยที่มีกติกาในการตัดสินดังนี้คือ การชนกว่างนี้มีทั้งหมด 12 ยก ถ้าทั้ง 2 ฝ่าย
ชนกันได้ทั้ง 12 ยก โดยไม่มีกว่างตัวใดตัวหนึ่งหนี โดยหันหลังกลับหรือไม่ยอมต่อสู้ถือว่าเสมอกัน
แต่ถ้ามีการเดินหนีไม่ยอมสู้อีก ก็เปิดโอกาสให้แก้ตัวถึง 3 ครั้ง แต่ถ้าถึง 3 ครั้ง แล้วยังหนีอีก
ก็ถือว่าแพ้ สนนราคาที่เดิมพันกันเท่าที่เห็นก็มีตั้งแต่ 200 บาท จนเกินพันบาทก็มีคนดูจะยืนดู
รอบแคร่ที่ชนกัน พร้อมทั้งส่งเสียงเชียร์กันสนุกสนาน โดยเฉพาะเจ้าของกว่างนั้นจะมีการ
เชียร์ดังๆ ทั้งพูดปลอบ พูดให้กำลังใจกว่างของตัวเองประหนึ่งว่ากว่างจะเข้าใจภาษา ทำให้
บรรยากาศสนุกสนาน คนที่ไม่ได้เล่นพนันรวมทั้งผู้เขียนก็ยังพลอยสนุกไปด้วย ส่วนใหญ่แล้ว
คนดูจะพนันขันต่อกันเองมากกว่าจะถือหางข้างใดข้างหนึ่ง ดูไปแล้วนับว่าการชนกว่างเป็นการ
พนันที่ให้ความสนุกสนานไปด้วยในตัวเป็นการพนันที่ได้เสียกันไม่มากคนดูก็สนุก คนเล่นก็สนุก

การชนกว่างนี้เท่าที่ทราบนิยมเล่นกันมากทางภาคเหนือและเล่นกันมานานตั้งแต่ดึกดำบรรพ์
สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่บอกว่าเกิดมาก็เห็นมีเล่นกันแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าการชนกว่างเป็น
วัฒนธรรมอย่างหนึ่งทางภาคเหนือ ได้ผลทั้งทางด้านความสนุกสนานเพลิดเพลินและทางสังคม
เพราะมีผู้คนมากหน้าหลายตาไปรวมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน แม้จะมีการพนันขันต่อกันบ้าง
ก็ไม่น่าจะถือเป็นข้อรังเกียจในด้านศิลธรรมจนเกินไป และตราบใดที่ยังมีกว่างชนิดนี้อยู่ไม่สูญพันธุ์
ไปซะก่อนการชนกว่างนี้คงจะอยู่คู่ไปกับคนทางภาคเหนืออีกนานแสนนาน

 


[แมลงกินได้] [เครื่องสำอางค์] [ยารักษาโรค] [เครื่องประดับ]
[ชนกว่าง] [
กัดจิ้งหรีด] [ความเชื่อเกี่ยวกับแมลง]

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย สวทช.
 
2000 Thailand Graduate Institute of Science and Technology, NSTDA. All rights reserved.