ความเชื่อเกี่ยวกับแมลง  (กัณฑ์วีร์ วิวัฒน์พานิชย์,2541)

ความเชื่อ (Belief) เป็นสิ่งที่ชาวบ้านให้ความสำคัญ จะสังเกตได้จากขะลำ (Taboo) ที่ยังคงอยู่ในชุมชนอย่างเหนียวแน่นและเป็นสิ่งที่ชาวบ้านประพฤติอยู่เสมอ สัตว์ตระกูลแมลง
เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านให้ความสำคัญในการยีดถือเรื่องโชคลาง โดยมีคำสอนและข้อควร
ปฏิบัติ สิ่งใดที่เป็นขะลำบังเกิดขึ้นถือเป็นการละเมิดต่อขะลำ ต้องมีพิธีกรรมแต่งเสียเคราะห์
(พิธีสะเดาะเคราะห์) เพื่อบรรเทาความโชคร้ายให้กลายเป็นดี หรือให้ทุเลาเบาบางลง

ความเชื่อเรื่องผีสาง เทวดา และสิ่งศักดิ์ของชาวบ้านที่เชื่อว่า สิ่งที่มีอำนาจลึกลับเหนือธรรมชาติ
ที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ สามารถทำให้ได้รับผลดีหรือผลร้ายได้ หากไม่ให้ความเคารพ
นับถือหรือดูแลเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่นในงานบุญข้าวสาก ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน หรือเดือน 10 เป็นงานบุญที่พระและชาวบ้านร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเป็นการเซ่นไหว้ภูตผีและ
บรรพบุรุษที่ตายไปแล้ว ในอาหารเหล่านั้น แมลงก็เป็นหนึ่งในเครื่องสังเวย จากการสอบถามพบว่า ชาวบ้านนำตัวต่อ กุดจี่ และจิโปม ห่อใส่ใบตอง พร้อมกับใส่เผือก มัน หน่อไม้ส้ม กบ พริก ข้าว ฯลฯ แล้วนำไปวางไว้ที่กำแพงวัด เพื่อเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษอาหารประเภทแมลง เป็นอาหารที่ชาวบ้าน นำไปถวายพระบ้างในบางครั้ง ซึ่งหากวันใดที่ชาวบ้านไม่ได้ประกอบอาหารพิเศษ หรืออาหาร
มีจำกัด โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ชาวบ้านจะออกไปจับแมลง หรือนำแมลงที่ตนมีมาทำเป็น
อาหาร แล้วนำไปถวายพระที่วัด

การแสดงถึงความโชคดี

    ตัวต่อและผึ้ง

    เมื่อใดที่แมลงประเภทต่อ และผึ้ง เข้ามาทำรังอยู่ภายในตัวบ้าน ชาวบ้านถือว่าโชคดี ตัวต่อและผึ้งนำโชคลาภมาให้ เช่น คนในครอบครัวจะประสบความสำเร็จ
    ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ตั้งใจไว้ ทำนาได้ผลผลิตดี ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้
    คนในครอบครัวจะพูดแต่คำที่เป็นศิริมงคล เช่น " เยียวนี่เฮารวยแล้ว ต่อกับผึ้งเฮ็ดโชค
    เฮ็ดลาภให้เฮา " และจะดูแลรังผึ้งและรังต่อเป็นอย่างดี บางครั้งอาจเอาผ้าสีไปผูกไว้ที่
    ขื่อบ้านใกล้ๆ เพื่อเป็นการต้อนรับ และเสริมความเป็นสิริมงคล ให้ดียิ่งขึ้นไป และจะ
    ดูแลไม่ให้ใครมาจุดไฟไต่เอาไปบริโภค เพราะถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำ
    ที่ขัดกับโชคลาภของตน

    แมลงม้า

    เด็กวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว ที่เพิ่มมีความรัก บางครั้งใช้แมลงสำหรับทำนายหาคู่โดย ใช้แมลงม้า (ตั๊กแตนตำข้าว) ที่มักอยู่ตามทุ่งนา หรือบริเวณป่าข้าว ซึ่งพบเห็นเวลา
    เกี่ยวข้าว เมื่อพบเห็นก็จะใช้มือขวาจับขึ้นมา โดยจับบริเวณคอให้หันหน้าเข้าหากัน
    จากนั้นจะถ่มน้ำลายใส่หน้าแมลงม้า แล้วถามว่า " คู่ฮักกูอยู่ทางใด๋ ครั้นฮู้อยู่ใสก็ชี้เบิ่ง"
    เมื่อแมลงม้าถูกน้ำลายและถูกบีบบริเวณคอ ขาก็จะชี้ออก โดยขาคู่หน้าจะตะเกียกตะกาย
    ซึ่งเด็กวัยรุ่นถือว่าเป็นการบอกทิศทางว่าคู่รักของตนอยู่ทางนั้น ซึ่งมักทำเล่นกันใน
    เวลาเกี่ยวข้าว การกระทำนี้บางครั้งเป็นการเกี้ยวพาราสีกันขณะเกี่ยวข้าว โดยฝ่ายชาย
    จะเข้าไปยื่นใกล้ๆ คนที่ตนสนใจ แล้วแกล้งถามแมลงม้าว่าคู่รักอยู่ทางใดและจะ
    พยายามให้แมลงม้าเอาขาชี้ไปทางที่คนที่ตนสนใจยืนอยู่ บรรดาเพื่อนๆ ก็จะแซวว่า
    อยู่ทางนี้นี่เอง เกี่ยวข้าวอยู่ เป็นต้น

แมลงม้า_s 

การแสดงถึงความโชคร้าย

  • ขี้แมลงวัน

    แมลงวันบ้านที่สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไปภายในห้องครัว หรือภายในบ้านหากมา
    ปล่อยมูล หรืออุจจาระ (ขี้ไข่ข๋าง ในภาษาอีสาน) ลงบนฝากล่องข้าว (ฝากระติ๊บ-
    ข้าวเหนียว) จะถือว่าขะลำ เนื่องจากในสภาวะปกติแมลงวันจะปล่อยมูลลงบนอาหาร
    หรือข้าว ฉะนั้นหากมาปล่อยลงบนฝากล่องข้าว ชาวบ้านถือว่าเป็นการผิดวิสัยของ
    แมลงวัน เป็นการแสดงถึงความโชคร้ายของเจ้าของ หรือมีเคราะห์ และกล่องข้าว
    ในทัศนคติของชาวบ้านเป็นสิ่งที่มีค่า เป็นของสูง เป็นอุปกรณ์ใส่ของกิน ซึ่งชาวบ้าน
    ให้ความนับถือ การที่แมลงวันมาปล่อยมูลถือว่าเป็นอัปมงคลของชีวิต จึงจำเป็นที่จะ
    ต้องประกอบพิธีแต่งเสียเคราะห์

หากเกิดขะลำจำเป็นที่จะต้องมีพิธีสะเดาะเคราะห์ ชาวบ้านมีคำเรียกพิธีดังกล่าวหลายชื่อ เช่น
พิธีแต่งเสียเคราะห์ แต่งสะเดาะเคราะห์ หรือสวดอุบาทว์ เป็นต้น จุดมุ่งหมายของพิธีกรรมนี้
มุ่งที่จะบำบัดหรือปัดเป่าความโชคร้ายให้หายไป หรือ บรรเทาลง

หากเกิดขะลำขึ้นกับตนและคนในครอบครัวจะต้องให้หมอแต่ง (ผู้ทำพิธี) เป็นผู้ปัดเป่า
โดยต้องไปบอกหมอแต่งล่วงหน้า หลังจากนั้นหมอแต่งจะนัดวันทำพิธี และต้องมีการดูฤกษ์
ซึ่งมีข้อห้าม 2 ประการคือ ไม่จัดพิธีตรงกับวันอังคาร และวันพระใหญ่ (วันขึ้น 15 ค่ำ และ
วันแรม 15 ค่ำ) เนื่องจากเป็นวันต้องห้ามในการประกอบพิธีแต่งเสียเคราะห์ เพราะวันดังกล่าว
เป็นวันแข็ง ไม่เหมาะในการทำพิธี เวลาในการประกอบพิธีต้องอยู่ในช่วง 12.00-14.00 เท่านั้น

พิธีแต่งเสียเคราะห์ ต้องจัดเครื่องสักการะบูชาแก่เทวดา ซึ่งเป็นผู้ดูแลทุกข์สุขของมนุษย์
ให้ช่วยดลบันดาลให้เคราะห์ร้ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตลดลง พิธีมุ่งสวดอ้อนวอนขอ
ความกรุณาเทวดาช่วยดลบันดาลให้ความโชคร้ายต่างๆ ที่บังเกิดขึ้นในอนาคตนั้นหายไป
หรือบรรเทาลงโดยมีเครื่องสังเวย และเครื่องสักการะ แบ่งได้เป็น 2 ส่วนดังนี้

  1. ขันธ์ 5 เป็นเครื่องบูชาเทวดา หรือเป็นเครื่องอัญเชิญเทวดาลงมาสู่เบื้องล่าง
    ประกอบด้วยเทียนเล็ก 5 คู่ เทียนเวียนหัว (ขนาดเท่ากับความยาวรอบศีรษะ)
    1 เล่ม ดอกไม้ 5 คู่ เงิน 5 บาท และน้ำส้มป่อย ซึ่งใช้เป็นน้ำมนตร์ในการประพรมโทง
    และผู้ขะลำ
  2. โทง 9 ห้องเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะใช้ใส่เครื่องสังเวยบูชาแก่เทวดา ทำขึ้นจากก้านกล้วย นำมาหักมุมให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีขนาดความกว้างและความยาวเท่ากับ ความยาวศอกของผู้ขะลำ ภายในก็ใช้ก้านกล้วยมากั้นเป็นห้องเล็กๆ 9 ห้อง (กว้าง 3
    ห้อง ยาว 3 ห้อง) ภายในโทงแต่ละห้องประกอบด้วย
    • ใบฝรั่งมัดรวมกันเป็นชุด เท่าจำนวนอายุ
    • เมี่ยง (เหมี่ยง = ใบมะยมห่อกับเกลือ) เท่าจำนวนอายุ
    • หมาก ห่อเป็นคำ เท่าจำนวนอายุ
    • ข้าวเหนียว
    • ข้าวดำ (ข้าวเหนียวผสมงาดำ และน้ำตาล ตำใส่กันให้ละเอียด)
    • ข้าวเหลือง (ข้าวเหนียวผสมไข่แดง ผสมให้เข้ากัน)
    • หน่อไม้ดอง (หน่อไม้ส้ม)
    • ปลาร้า
    • พริกแห้ง
    • เกลือ
    • ข้าวเปลือก
    • เสาหลักพันด้วยด้ายแดง หรือสายสิญจน์ จำนวน 9 หลัก
    • เสาธง จำนวน 9 หลัก

เครื่องสังเวยดังกล่าวให้บรรจุลงในโทงแต่ละห้อง โดยเครื่องสังเวยลำดับที่ 4-11 ใส่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โทงห้องกลาง (ห้องหมายเลข 5) ถือว่าเป็นห้องเอก ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญมากที่สุด จึงจำลองรูปคน ซึ่งใช้เป็นสื่อแทนผู้ขะลำ โดยทำจากก้านกล้วยตัดเป็นรูปคน พร้อมพาหนะ บริวาร ได้แก่นกกับหนู ลงไปในโทงด้วย และใส่ดอกไม้ 5 คู่ ในบางครั้งหากมีความสามารถในการปั้นก็อาจใช้ดินเหนียวปั้นเป็นรูปคน นก และหนู แทนการจักกาบกล้วย

พิธีแต่งเสียเคราะห์เริ่มจาก ผู้ขะลำจุดเทียนเวียนหัวบูชาเทวดา และกล่าวอัญเชิญเทวดา จากเบื้องบนลงมาสู่เบื้องล่าง จากนั้นหมอแต่งนำสายสิญจน์มาผุกวนรอบโทงทั้ง 4 มุม แล้วเอาข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนเล็กๆ มาแตะที่ข้อพับด้านขวาของผู้ขะลำ แล้วสวดว่า " 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 หกใส่หอใส่โทง ขอให้อยู่ดีมีแฮง มีความสุขความเจริญเน้อ หายเคราะห์ หายโศก หายพยาธิโรคา ตลอดกาลนานเทอญ " จากนั้นผู้ขะลำจะตอบว่า "สาธุ"

เมื่อพิธีในขั้นแรกเสร็จเรียบร้อย หมอแต่งเริ่มพิธีสวยแต่งเสียเคราะห์ โดยมีใจความดังนี้ " สุณันตุ โภนโต ดูราเทวดาเจ้าทั้งหลาย ฝูงรักษาภูมิสถานวัดศาสนา ภูผาป่าไม้เหย้าเฮือนที่นี้ จงเสด็จลงมาเยี่ยมย่อพอคอยยังฝูงข้าทั้งหลาย ส่วนว่าเจ้าย้าวเจ้าเฮือนเจ้าเสื้อเจ้าผ้า เจ้าชาตาทั้งหลายฝูงนี้ มีอุปัทวะอนตายภายในแลภายนอก ต้องไข้ได้พยาธิเจ็บปวดยวดยิ่งหนักหนา ฝูงข้าทั้งหลายมีความปรารถนาให้หายอุปัททวะ อนตายทังมวล จึงพร้อมกันแต่งเครื่องกิยาบูชาเคราะห์อันนี้เท่าวันเทอญ ดูราเทวดาเจ้าตนเหนึ่งอยู่ในฝ่ายน้ำสมุทรก็จงเสด็จลงมาเอาเครื่อวสักการะบูชาเคราะห์อันนี้เท่าวันเท อญ ดุราเทวดาเจ้าตนหนึ่งอยู่เบื้องบูรพา ชักเข็ญมาให้เป็นเหตุแก่เจ้าย้าว เจ้าเฮือนทั้งหลายฝูงนี้ จงเสด็จลงมาเอาเครื่องสักการะบูชาเคราะห์อันนี้เท่าวันเทอญ วินาเสติ ก็จงให้หายอุปัทวอันตรายแก่เจ้าผ้าเจ้าชาตา เจ้าโทงเจ้าเทียนทั้งหลายฝูงนี้เท่าวันเทอญ ดูราเทวดาเข้าตนหนึ่งอยู่เบื้องทักษิณ ชักเข็ญมาเป็นเหตุแก่เข้าย้าวเจ้าเฮือนทังหลายฝูงนี้ จงเสด็จลงมาเอาเครื่องสักการะบูชาเคราะห์อันนี้เท่าวันเทอญ วินาเสติ ก็จงให้หายอุปัทวอันตรายแก่เข้าผ้าเจ้าชาตา เจ้าโทงเจ้าเทียนอันนี้ก็ข้าเทอญ ดูราเทวดาตนหนึ่งอยู่เบื้องหรดี ชักเอาเข็ญมาเป็นเหตุแลเจ้าย้าวเจ้าเฮือนเจ้าโทงเจ้าเทียน จงเสด็จลงมาเอาเครื่องสักการะบูชาเคราะห์อันนี้เท่าวันเทอญ ดูราเทวดาตนหนึ่งอยู่เบื้องปัจฉิม ชักเข็ญมาให้เป็นเหตุแก่เข้าย้าวเจ้าเฮือนทังหลายฝูงนี้ จงเสด็จลงมาเอาเครื่องสักการะบูชาเคราะห์อันนี้ เท่าวันเทอญ วินาเสติ ก็จงให้หายอุปัทวะอันตรายแก่ฝูงข้าทังหลาย เท่าวันเทอญ ดูราเทวดาเจ้าตนหนึ่งอยู่เบื้องพายัพ ชักเข็ญมาให้เป็นเหตุแก่เจ้าย้าวเจ้าเฮือนเจ้าโทงเจ้าเทียน จงเสด็จลงมาเอาเครื่องสักการะบูชาเคราะห์อันนี้ เท่าวันเทอญ วินาเสติ ก็จงให้หายอุปัทวอัตรายแก่ฝูงข้าทั้งหลายเท่าวันเทอญ ดูราเทวดาตนหนึ่งอยู่ทิศอุดร ชักเอาเข็ญมาเป็นเหตุแก่จ้าย้าวเจ้าเฮือนเจ้าโทงเจ้าเทียน จงเสด็จลงมาเอาเครื่องสักการะบูชาอันนี้เท่าวันเทอญ ดูราเทวดาตนหนึ่งอยู่ที่อีสาน ชักเอาเข็ญมาเป็นเหตุแก่เจ้าย้าวเจ้าเฮือนเจ้าโทงเจ้าเทียน จงเสด็จลงมาเอาเครื่องสักการะบูชาเคราะห์อันนี้เท่าวันเทอญ ฝูงข้าทังหลายพร้อมกันขวนขวาย หานำมายังเครื่องติยาบูชาเคราะห์อันนี้ ถวายแก่เทวดาทังหลายมีต้นว่า ข้าวดำ ข้าวแดง แกงส้ม แกงหวาน ข้าวขาว โทงช่อ โทงชัย โทงดำ โทงแดง โทงเหลือง โทงขาว เสตฉัตร พัดจำมร ฮูปแฮ้ง ฮูปปลา ฮูปหมู ฮูปหมา มีทุกอย่าง เครื่องกินมีทุกอัน คือ กล้วยอ้อย หมากพลู เหล้ายา ปลาปิ้ง ปลาจี่ ข้าวเปลือก ข้าวสาร ทุกประการบ่ไฮ้ได้ถวายแก่เทพเจ้าทังหลาย มารับเอาเคราะห์อันนี้หนีเมือเมืองบน ขนเคราะห์อันนี้หนีเมือเมืองฟ้า ตั้งแต่นี้เมืองหน้าเคราะห์อย่างได้เห็น เข็ญอย่าได้ฮู้ สิบปีอย่างได้มาเต้าเก้าปีอย่างได้มาพาน โอมสิทธิมหาสิทธิ " แล้วอมน้ำส้มป่อยเป่าใส่โทง แล้วว่าต่อไปดังนี้

    " เคราะห์ต่อตนชนต่อเนื้อ เคราะห์ไข้เฮื้ออยู่ในคีงก็ไม่หายเสียมื้อนี้วันนี้ เพิ่นมักถ้อยใส่คำตายก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ ตานายเอาไปเป็นข้าก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้
    เคราะห์วัวควายตายจากเจ้าก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ เคราะห์ผู้เฒ่าตายจากลูกหลานก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ เคราะห์ขุนกวานตายจากบ่าวก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้
    เคราะห์ท้าวตายจากนางก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ เคราะห์ทุกข์ยากไฮ้บ่มีสังก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ เคราะห์ทางหลังเพิ่นอ้อมฆ่าก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้
    เคราะห์ทางหน้าเพิ่นอ้อมฟันก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ เคราะห์มือไปอยู่น้ำเป็นปลาก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ เคราะห์ตีนไปอยู่นาดอนข้าวก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้
    ขวัญหัวไปปั้นเบ้าเที่ยวหาเงินก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ ขวัญไปเข้าถ้าเป็นงูก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ ขวัญไปอยู่ฮูเป็นเงือกก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้
    ขวัญไปเลือกบ่อนบ้านเมืองบนก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ ขวัญหัวไปคั่วเมือง คนผีป่าช้าก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ ขวัญหัวขึ้นเมื่อเมืองฟ้าแอ่วเล่นนำแลนก็ให้มาเสียมื้อวันนี้
    ขวัญหัวขึ้นเมือเฝ้าเจ้าแถนหลวงก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ ขวัญหัวเอาของเมือถวายแถนตื้อ ขวัญหัวขึ้นชู่เมือเว้นแถนเลิง ก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้เฮือนซิล่มเป็นวัง
    เฮือนซิพังเป็นห้วงก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ สายเข็ญตกกลางฮ่องสายฟ้าตกกลางนา ก็ให้หายเสียมื้อนี้วันนี้ สุณันตุโภนโต ดูราเทวดาเจ้าทังหลาย
    ขอให้อุปัทวะอนตายภายในและภายนอกต้องไข้ได้พยาธิเจ็บปวดยวดยิ่งหนักหนาแก่ฝูงข้าทั งหลาย จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง ปฏิภาณะ ถ้วนห้า อาโรคยะถ้วนหก
    อธิปไตยะถ้วนเจ็ด จงเสด็จลงมาจำเริญในขันธสันดานแห่งข้าทังหลาย ทุกปี ทุกเดือนตราบต่อเท่าเข้าสู่นิพพานทุกคนๆ ก็ข้าเทอญ "

หลังจากนั้นพรมน้ำมนต์ให้ทุกคนในครอบครัว และนำโทง 9 ห้องไปตั้งวางไว้ทางทิศตะวันตกของบ้าน โดยวางไว้กลางแจ้ง เพื่อให้เทวดาได้เสวยเครื่องสักการะที่เตรียมไว้ในโทง โดยจะตั้งทิ้งไว้ และจะไม่เก็บกลับบ้าน อาหารที่เหลือภายในโทงก็จะเป็นอาหารของสัตว์ป่า เช่น หนูนา มด ไก่และยังถือเป็นการให้ทานแก่สิ่งมีชีวิตอีกด้วย
 


[แมลงกินได้] [เครื่องสำอางค์] [ยารักษาโรค] [เครื่องประดับ]
[
ชนกว่าง] [กัดจิ้งหรีด] [ความเชื่อเกี่ยวกับแมลง]

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย สวทช.
 
2000 Thailand Graduate Institute of Science and Technology, NSTDA. All rights reserved.