“สาหร่าย” มิตรใกล้ตัว

อาภารัตน์ มหาขันธ์
ศูนย์จุลินทรีย์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
โทรศัพท์ 0-2579-1121-30 ต่อ 2302 โทรสาร 0-2579-9542 e-mail mircen@tistr.or.th

      หลังจากที่ท่านผู้อ่านได้ทำความรู้จักกับ “สาหร่าย” เพื่อนของเราไปบ้างแล้ว ในคราวนี้เรามาดูกันซิว่า เพื่อนร่วมโลกกลุ่มนี้จะมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเราในแต่ละวันขนาดไหน?

      เริ่มต้นทุกเช้าเมื่อตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านได้เอาสาหร่ายไดอะตอมซึ่งเป็นส่วนผสมของยาสีฟันช่วยขัดฟันให้ขาว รวมทั้งคาราจีแนนซึ่งผลิตจากสาหร่ายทะเลที่มีคุณสมบัติทำให้ยาสีฟันมีลักษณะเป็นเจลเข้าปากแล้ว ตอนอาบน้ำ, สระผม ท่านเคยอ่านฉลากของแชมพู และสบู่ที่ท่านใช้ว่ามีส่วนผสมของสารสกัดจากสาหร่ายทะเลอยู่ด้วยหรือเปล่า? โดยเฉพาะคุณผู้หญิงเมื่อเสร็จจากอาบน้ำแล้ว ในตอนที่เริ่มปีนบันไดความงามคนละหลายๆ ขั้นอยู่นั้น เคยสังเกตไหมว่ามีขั้นตอนใดในเครื่องสำอางบำรุงผิว หรือชุดแต่งหน้าที่มีสาหร่ายเข้ามาเกี่ยว ไม่ต้องกระพริบตาอย่างงงๆ หรอกค่ะ เพราะสีฟ้าที่ติดอยู่บนเปลือกตาท่านอาจมาจากไฟโคไซยานินที่สกัดจากสาหร่ายสไปรูลินา รวมทั้งผมที่เซทสวยได้ที่ก็มาจากเจลแต่งผมที่ผลิตจากคาราจีแนนด้วยเช่นกัน

      ก่อนหรือหลังมื้ออาหารหลัก บางท่านโดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่ห่วงใยในสุขภาพอาจมีการ รับประทานอาหารเสริมสุขภาพที่ผลิตขึ้นจากสาหร่าย ซึ่งมีทั้งจากสาหร่ายสีเขียว คลอเรลลา หรือดูนาลิเอลลา ซึ่งในชนิดหลังนี้ถือเป็นยอดของแหล่งเบต้า-แคโรทีน นอกจากนี้หลายๆ ท่านก็ยังนิยมบริโภคสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว สไปรูลินาเป็นอาหารเสริมเช่นกัน อาหารเสริมเหล่านี้มีให้เลือกหลายรูปแบบทั้งแบบเม็ด หรือแคปซูล แม้บางท่านอาจจะไม่ได้บริโภคอาหารเสริมสุขภาพจากสาหร่ายแต่ท่านทราบไหมว่า แคปซูลใส่ยาหลากสีหลายขนาดนั้นก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสาหร่ายทะเล เช่นกัน


เภสัชภัณฑ์สำหรับลดโคเลสเตอรอล และเนื้องอกในลำไส้ จากสาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียว "นอสตอค" (Nostoc flagelliforme)

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพจากสาหร่าย
สีน้ำเงินแกมเขียว "สไปรูลินา" (Sprirulina sp.)

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพ จากสาหร่ายสีเขียว "คลอเรลลา" (Chlorella sp.)

      ระหว่างมื้ออาหารที่บ้านอาจมีสาหร่ายในจานให้เห็น เช่น แกงจืดเต้าหู้หมูสับใส่สาหร่ายทะเล (จีฉ่ายหรือสายใบ) ของโปรดของสมาชิกในบ้าน ที่ภัตตาคารในจานผัดผักรวมมิตรน้ำมันหอยอาจมีสาหร่ายผมนาง หรือสาหร่ายเขากวางจัดวางเคียงข้างอยู่ด้วย สำหรับผู้มีภูมิลำเนาทางภาคเหนือและอีสาน อาจคุ้นเคยกับอาหารพื้นบ้านจากสาหร่ายในรูปของยำ “เตา” หรือ “เทา” “ดอกหิน” รวมทั้ง “ไก” ซึ่งนอกจากยำแล้วยังนำมาทำเป็นอาหารได้หลายรูปแบบ ที่เคยเห็นพัฒนาโดยกลุ่มแม่บ้านใน จ. เชียงราย และน่าน ในรูปแบบเป็นแผ่นกรอบโรยงารสชาติสู้ “โนริ” แบบซองขนมจากญี่ปุ่นที่เด็กๆ ชอบรับประทานได้สบายมาก อ้อ! สำหรับ “ไก” นั้นนอกจากจะเป็นอาหารพื้นเมืองของคนแล้ว ยังเป็นอาหารโปรดของปลาบึกด้วยนะ ส่วนพี่น้องทางภาคใต้หลายท่านคงคุ้นเคยกับการนำสาหร่ายทะเลมาทำสลัด หรือบริโภคกับน้ำพริกแทนผักเป็นประจำอยู่แล้ว

      ถึงตอนนี้บางท่านอาจจะยังไม่คุ้นเคยเลยกับสาหร่ายในรูปของอาหารต่างๆ ที่ได้กล่าวมา แต่ถ้าเอ่ย คำว่า “ผงชูรส” ขึ้นมาแล้วละก็คงไม่มีท่านใดปฏิเสธว่าไม่รู้จัก ท่านทราบไหมว่าต้นกำเนิดของผงชูรสมาจากสาหร่ายทะเล พวกเคลป (kelp) ซึ่งชาวญี่ปุ่นนิยมเอามาตากแห้งแล้วต้มทำน้ำซุปชูรส เนื่องจากมีกรดอะมิโน กลูตามิก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ โมโนโซเดียมกลูตาเมต หรือผงชูรสที่ผลิตขึ้นจากมันสำปะหลังที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้นั่นเอง

สาหร่ายทะเลสำหรับปรุงอาหาร "ฮีจิกิ" (Hizikia fusiformis )


สาหร่ายทะเลสำหรับปรุงอาหาร "วากาเมะ"
(Undaria pinnatifida )


สาหร่ายทะเลสำหรับปรุงอาหาร "โนริ" หรือ "จีฉ่าย" หรือ "สายใบ" (Porphyra yaesoensis )


สาหร่ายทะเลสำหรับปรุงอาหารหรือทำน้ำสต็อค "คอมบุ" (Laminaria japonica )


"คอมบุ" สำหรับใส่ "โอเด้ง"


ต้ม "คอมบุ" ทำน้ำสต็อค


ข้าวห่อสาหร่าย

      อย่างไรก็ตาม หลายท่านที่ชื่นชอบหรือมีโอกาสลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นมาแล้ว คงได้สัมผัสกับสาหร่ายทะเลหลากรูปแบบ เช่น ข้าวห่อสาหร่าย หรือ “ซูชิ” ซุปสาหร่ายซึ่งอาจมี “โนริ” หรือ “วากาเมะ” ลอยอยู่ รวมทั้งสลัดผักซึ่งมีสาหร่ายสีแดงเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มสีสันให้สวยงาม เป็นต้น การใช้สาหร่ายปรุงอาหารในชีวิตประจำวัน ทำให้อาหารญี่ปุ่นจัดเป็นอาหารแมคโครไบโอติก เพราะสาหร่ายเหล่านี้นอกจากจะมีวิตามินและเกลือแร่แล้ว องค์ประกอบของเซลล์พวกพอลิแซ็กคาไรด์ ที่เป็นเมือกลื่นยังทำหน้าที่ดูดซับสารพิษในลำไส้ และช่วยให้เกิดการระบายของเสียออกจากร่างกายได้โดยง่าย จึงทำให้โอกาสสะสมของเสียในร่างกายจนถึงขั้นก่อมะเร็งลดลง เมื่ออิ่มจากอาหารคาวแล้ว เรามาดูกันซิว่าอาหารหวานจากสาหร่ายจะมาให้เห็นในรูปแบบใดบ้าง ลองทายดูบ้างไหมคะ? ง่ายที่สุด คุ้นที่สุด ได้แก่ “วุ้น” ต่างๆ เช่น วุ้นกะทิ วุ้นลาย วุ้นกรอบ ฯลฯ (เว้นแต่วุ้นสวรรค์ที่ทำจากน้ำมะพร้าว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากแบคทีเรีย) ส่วนผลิตภัณฑ์จากสาหร่ายที่แอบมาในรูปอาหารหวาน เครื่องดื่ม หรือขนมขบเคี้ยว ยังพบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยช่วยทำให้เกิดการคงรูปของผลิตภัณฑ์ เพิ่มเนื้อ และความข้นเหนียว เช่น เค้ก ทอฟฟี่ ช็อกโกแลต นม ไอศกรีม ขนมปังกรอบ เป็นต้น ในอดีตสมัยเรียนเคยเห็นร้านเบเกอรี่ในญี่ปุ่นทำเก๋ไอเดียดีมาก โดยเอาผงสาหร่ายมาโรยแต่งหน้าเค้กซึ่งนอกจากจะดูสวยงามแล้ว ยังทำให้เค้กมีราคาแพงขึ้นเพราะเป็นเค้กเพื่อสุขภาพ! เสร็จจากรับประทานอาหารคาว-หวานแล้วเราก็คง ตบท้ายด้วยเครื่องดื่ม อาจจะเป็นน้ำสะอาดซักแก้ว เบียร์ หรือหากหรูหน่อยก็อาจเป็นไวน์ ซึ่งแน่นอนว่าเครื่องกรองหลายชนิด หลายยี่ห้อที่ใช้ในการกรองทั้งน้ำ ไวน์ และเบียร์ มีไดอะตอมเป็นตัวกรองในระบบ

      ถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านคงเห็นด้วยแล้วว่าสาหร่ายอยู่ใกล้ตัวท่านเกินกว่าที่คิดชนิดที่เกือบจะขาดจากกันไม่ได้เลย หากจะกล่าวถึงการใช้ประโยชน์อื่นๆ ของสาหร่ายยังมีอีกมากมายทั้งในด้านอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กระดาษ สารเคลือบต่างๆ กาว สารทำความสะอาด จนถึงระเบิด!! ทางด้านการเกษตร ข้าวที่ท่านรับประทานอาจผลิตโดยใช้ปุ๋ยชีวภาพจากสาหร่ายที่พัฒนาโดย วท. (โดยนักวิจัยไทย เพื่อชาวนาไทย) หรืออาหารเม็ดสำหรับอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงและผลิตสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาสวยงาม ที่มีสไปรูลินาผสมอยู่เพื่อเร่งสี เร่งโต

      อ้อ! ก่อนนอนหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากงานมาทั้งวันแล้ว ผู้อ่านหลายท่านอาจทำงานอดิเรกที่ชื่นชอบโดยการนำเครื่องเพชรพลอยที่สะสมไว้ออกมาขัด ในขณะที่เอียงซ้ายเอียงขวาดูรุ้งบนหัวแหวน ก็อย่าลืมเหลือบดูผงขัดที่อยู่ในกล่องด้วยนะคะ แล้วท่านจะได้เห็นว่าหน้าตาของสาหร่ายไดอะตอมที่ตายทับรวมกันมาหลายร้อยล้านปีเป็นอย่างนี้นี่เอง

      ในตอนจบนี้ท่านผู้อ่านคงสรุปได้แล้วว่า สาหร่ายมิตรใกล้ตัวของท่านมีส่วนทำให้ท่านเกิดความมั่นใจตั้งแต่เช้าก่อนเริ่มพบปะผู้คนในสังคม และมีความสุขรื่นรมย์ในหัวใจ จนกระทั่งล้มตัวลงนอนหลับฝันดีในยามค่ำคืนได้อย่างไร

      อย่างไรก็ตามเมื่อขึ้นชื่อว่า “เพื่อน” แล้วย่อมมีทั้งที่ดีและไม่ดี ในคราวหน้าอย่าพลาดอ่าน “สาหร่ายที่น่ารังเกียจ” เพราะจะช่วยให้ท่านได้รู้จักกับเพื่อนร่วมโลกกลุ่มนี้ดีขึ้นอีกมาก

 

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย สวทช.
© 2000 Thailand Graduate Institute of Science and Technology, NSTDA. All rights reserved.