ภาพจากคุณ เนติ เงินแพทย์

สาหร่ายจากน้ำน่าน

ยำเตา ....สาหร่าย spirogyra sp...อาหารพื้นเมืองภาคเหนือจากสาหร่าย

สาหร่ายแม่นำน่าน 2

สาหร่ายจากแม่น้ำน่าน 1

สาหร่ายลมหายใจแห่งท้องน้ำ.....ขอมอบภาพสาหร่ายนี้ เป็น ส.ค.ส. แด่ทุกคน ใน learn online*ความหลากหลายทางชีวภาพ*

 

ภาพจากคุณ ลาวัณย์ วิจารณ์

ชีปะขาว...ดัชนีบ่งชีคุณภาพน้ำ

แสมทะเล พบมากในดินเลนงอกใหม่

ต้นจาก เป็นพืชจำพวกปาล์ม ที่พบหนาแน่นบริเวณริมฝั่งคลอง ของป่าชายเลนหรือบริเวณเขตน้ำกร่อย

โปรงแดง.. เป้นพันธ์ไม้ที่ขึ้นได้ในทุกสภาพของป่าชายเลน ในดินที่เลน ดินที่เป็นกรด หรือพื้นที่ที่ระบายน้ำไม่ค่อยดี

ขอแบ่งปันประสบการณ์จากการทัศนศึกษา แด่ผู้ที่พลาสโอกาสทุกคน.. เป็นภาพของไลเคน ที่เกาะติดอยู่กับต้นไม้ในป่าชายเลน

ตัวเงินตัวทอง..ริมคลองรังสิต....(.ถ่ายเมื่อ เม.ย.44..) สัตว์ชนิดนี้น่าจะเป็นตัวบ่งชี้ ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ พื้นที่ชุ่มน้ำในจังหวัดปทุมธานีได้นะค่ะ..

นกปากห่าง..ที่วัดไผ่ล้อม....

.ภาพนี้ตั้งชื่อว่า .....ดงตาล....ปทุม... (ถ่ายเมือ เม.ย.43 ) เมื่อต้นปี 44 พบว่าพื้นที่บริเวณนี้เริ่มถูกทำลาย..สภาพน้ำ..เริ่มมีปัญหาแล้วค่ะ

 

ภาพจากคุณ อุทัย ภิรมย์รื่น

พบกิ้งก่า (ต่อ)

ดอกไม้ที่มีสีสันเป็นที่ล่อใจแมลงมาเชยชม ท่านลองทายดูซิครับว่าเป็นดอกอะไร

ความหลากหลายทางชีวภาพภายในรั้วบ้าน(๑)

พบไลเคน (อีกครั้ง)

ป่าโกงกางที่เห็นใกล้ๆครั้งแรก ที่วนอุทยานปราณบุรี

 

ภาพจากคุณ บรรเจิด ไชยมงคล

เห็ดขี้ช้าง (ลูก)

ไลเคน

ความหลากหลายทางชีวภาพของอุทยานแห่งชาติอินทนนท์

นกกินปลีหางยาวกับดอกกุหลาบพันปีสีแดง

นกกระจอกดอยอินทนนท์

 

ภาพจากคุณ ประจวบ ฉายบุ

ใครเคยพบหอยนี้ที่ไหนบ้างช่วยแจ้งข่าวด้วย

แมลงน้ำในแม่น้ำปิงที่ใกล้ชิดแต่แตกต่าง

แมลงน้ำในแม่น้ำปิง

 


Tarantula ในประเทศไทย
ภาพจากคุณ นิรุตติ์ บาโรส

ภาพเด็ก

บทความเด็ก

การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์แหนมเพื่อสุขภาพ
พจากคุณ พิเชษฐ บุญศิริ

 

บทความของคุณ Oranut Khopai

นิเวศวิทยากับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
          “นิเวศวิทยา (Ecology)” บางท่านอาจจะเคยผ่านสายตามาบ้างแล้ว แต่บางท่านอาจจะยังไม่คุ้นเคยนัก นิเวศวิทยาเป็นส่วนหนึ่งของศาตร์ด้านชีววิทยา นิเวศวิทยา คือ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับปัจจัยแวดล้อมทั้งที่เป็นสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในธรรมชาติ ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาเฉพาะในระดับ สิ่งมีชีวิต (organism) ประชากร (population) สังคม (community) ระบบนิเวศ (ecosystem) ไปจนถึง ไบโอสเฟียร์ (bioshpere)
นิเวศวิทยาไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับมนุษย์ มันมักถูกมองเป็นเพียงศาสตร์หนึ่งซึ่งกลืนไปกับชีวิตประจำวันของมนุษย์และไม่ค่อยมีบทบาทสำคัญอะไรนัก แต่โดยแท้จริงแล้ว มนุษย์ได้มีการบันทึกประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ตลอดจนสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกไว้ ได้มีการศึกษา เก็บรวบรวม และสั่งสอนสืบทอดต่อกันมายาวนาน ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ได้จากการสังเกตุและพยายามอธิบายปรากฏการณ์นั้นเพื่อหาความสัมพันธ์ซึ่งเป็นเหตุเป็นผลกัน เมื่อพิจารณาสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา จะพบว่า สิ่งต่างๆ มันไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว มันจะต้องมีปฏิสัมพันธ์ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งเสมอ เช่น ปลาก็ต้องอยู่ในน้ำ ต้นไม้อยู่ในดิน มนุษย์ก็ยังต้องอยู่รวมกัน มีการจัดการแบ่งสรรปันส่วนทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างยุติธรรม มีการติดต่อสื่อสาร มีการปกครองและแบ่งหน้าที่รับผิดชอบบางอย่างร่วมกัน เพื่อความสงบเรียบร้อย และอยู่กันอย่างปกติสุข ซึ่งนั่นก็เกิดการสมดุลนั่นเอง
          แต่ละสิ่งแต่ละอย่างที่กล่าวมาล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เพียงแต่ว่ามีหน้าที่และบทบาทที่แตกต่างกันออกไป และมันจะคงอยู่ได้เช่นนั้นตลอดไปหากไม่มีสิ่งอื่นใดมารบกวน แต่อย่างไรก็ตามหากมีสิ่งอื่นใดมารบกวนสมดุลของธรรมชาติ ระบบธรรมชาติจะมีกลไกลในการปรับตัวหรือฟื้นฟูให้อยู่ในภาวะสมดุลเสมอซึ่งอาจจะช้าหรือเร็วก็ขึ้นกับระดับความรุนแรงของปัจจัยรบกวนนั้นๆ มนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศดังที่ได้กล่าวมาแล้ว และเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากมายในวงกว้าง เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก (greenhouse effect) ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้น ฯลฯ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความมักง่าย ความโลภของมนุษย์ การบริโภคทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย โดยไม่คำนึงถึงลูกหลานในอนาคต มนุษย์ควรที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างสันติ ไม่ควรที่จะเอาชนะหรืออยู่เหนือธรรมชาติ เพราะเพียงเหตุผลแค่ว่าธรรมชาติ…บางครั้งดูโหดร้ายรุนแรง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ขั้นตอนหนึ่งเพื่อก่อให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศเท่านั้นเอง ธรรมชาติไม่คิดทำร้ายใคร ถ้าไม่มีใครไปทำร้ายมันก่อนจนเกินขอบเขต เราควรจะรู้จักใช้มันอย่างชาญฉลาด ประนีประนอม มีการวางแผนจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน และจับมือประสานกันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ซึ่งต้องอาศัยนิเวศวิทยาเป็นพื้นฐานสำคัญอันจะนำไปสู่การเข้าใจสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่ทุกคนต้องรับผิดชอบในการอนุรักษ์ เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งที่ต้องมาคอยตามแก้ไข แต่นั่นมันหมายถึงการแบ่งปันทั้งผลประโยชน์และความรับผิดชอบร่วมกันของมวลมนุษยชาติ…ที่อยู่บนโลกผืนนี้เท่านั้น…จริงๆ

เอกสารประกอบการเขียน
          อุทิศ กุฏอินทร์. 2542. นิเวศวิทยา พื้นฐานเพื่อการป่าไม้. ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้, คณะวนศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพฯ 566 น.

 

บทความของคุณ ชื่นหทัย หวังเอียด

ลักษณะรากพืชในป่าพรุโด๊ะแดง
          ป่าพรุเป็นป่าพื้นที่ชุ่มน้ำ ในเวลาน้ำหลากน้ำจะท่วมขังบริเวณป่าเป็นเวลาหลายเดือน พืชในป่าพรุจึงมีหลากหลายมีทั้งพืชที่ขึ้นได้ในน้ำขัง พืชที่อยู่ในบนดิน พืชที่อยู่บนต้นไม้อื่น เป็นต้น ในภาพเป็นเป็นพืชที่ขึ้นบนดิน ซึ่งผิวดินจริงๆแล้วเป็นซากใบไม้กิ่งไม้ที่ทับถมเป็นเวลานับร้อยปี หนา 1-2 เมตร หรือมากกว่านั้น ดินก็จะอยู่ใต้ซากใบไม้เหล่านี้ รากพืชขนาดใหญ่จึงมีการปรับตัวของลักษณะรากที่ให้ลำต้นตั้งตรงอยู่ได้โดยไม่โค่นล้ม ลักษณะรากจะงอกจากลำต้น แล้วโค้งลงผิวดินเป้นบริเวณกว้าง เป็นรากค้ำจุน คล้ายกับรากต้นโกงกาง บางต้นมีการปรับตัวของรากแผ่จากลำต้นออกมาเป็นปีกตามที่เราเห็นต้นไม้ใหญ่ในป่าเขาทั่วไป ต้นไม้เหล่านี้จะมีระบบรากหายใจที่แปลกกว่ารากของพืขที่อยู่ป่าชายเลนคือ รากจะมีลักษณะหักพับคล้ายการงอเข่า ส่วนนี้จะพ้นระดับน้ำ ทำให้รากไม่เน่าเปี่อยตายอยู่ใต้น้ำ และน้ำมีความเป็นกรดระดับพีเอช 4-5 รากพืชบริเวณนี้จึงต้องปรับตัวให้ทนต่อกรดในน้ำด้วย

 

 

บทความและรูปภาพประกอบของคุณ กฤษณ์ ปิ่นทอง

ความหลากหลายทางฃองพันธุกรรมของช้างสุรินทร์

ขอนำเสนองานวิจัยของผมเองครับ เกิยวกับความหลากหลายทางฃองพันธุกรรมของช้างสุรินทร์ (อยู่ระหว่างเขียนรายงานฉบับสมบูรณ์)

การศึกษาพันธุกรรมช้างสุรินทร์ (Elephas maximus) ด้วยวิธีพีซีอาร์
กฤษณ์ ปิ่นทอง, เพราเพ็ญ เฮ้งตระกูล, สุรวิทย์ สิมะรักษ์อำไพ และ นิภาศักดิ์ คงงาม
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันราชภัฏสุรินทร์

บทคัดย่อ
          การวิเคราะห์รูปแบบพันธุศาสตร์โมเลกุลของช้างสุรินทร์ (Elephas maximus) ด้วยวิธีเอเอฟแอลพี (Amplifiled Fragment Length Polymorphism) พบว่า การตรวจสอบรูปแบบพันธุศาสตร์โมเลกุลของช้างสุรินทร์ 20 เชือก ด้วยวิธีเอเอฟแอลพีโดยใช้ไพรเมอร์ 6 คู่ ได้แก่ ER-ACC คู่กับ MS-CAC, ER-ACC คู่กับ MS-CAT, ER-ACC คู่กับ MS-CTA, ER-ACC คู่กับ MS-CTG, ER-ACC คู่กับ MS-CAG และ ER-ACC คู่กับ MS-ATG (ห้องปฏิบัติการ ดีเอ็นเอเทคโนโลยี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ) เกิดแถบชิ้นดีเอ็นเอขนาดตั้งแต่ 140 ถึง 726 คู่เบส ทั้งหมดรวม 451 ชิ้น พบว่ามีแถบตรงกันไม่สามารถแยกความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ซึ่งสันนิฐานว่าเนื่องมาจากการผสมเลือดชิด (inbreeding) มาหลายชั่วอายุ หรือจีโนมของช้างนั้นมีขนาดใหญ่มากจนทำให้การวิเคราะห์เพียงแค่ ไพรเมอร์ 6 คู่นั้นไม่ครอบคลุมทั้งจีโนม

Molecular Genetic Study of Surin Elephant (Elephas maximus) by PCR Technique.
Krit Pinthong, Prowpen Hengtrakool, Suravit Simarakumpai and Nipasak Kongngam
Faculty of Science and Technology, Rajabhat Institute Surin

Abstract
          Molecular genetics analysis of Surin elephants (Elephas maximus) were investigated by using Amplifiled Fragment Fength Polymorphism (AFLP) technique. 20 Surin elephants were analysis by AFLP technique with 6 pairs of primer that are ER-ACC/MS-CAC, ER-ACC/MS-CAT, ER-ACC/MS-CTA, ER-ACC/MS-CTG, ER-ACC/MS-CAG and ER-ACC/MS-ATG (DNA Technology Laboratory, BIOTEC) The result showed 451 discriminate banding were not different. The average of the amplified DNA fregments range from 140 to 726 bp. Because Surin elephant have been inbreeding in several generation or it have large genome size, the 6 pairs of primer are not enough for analyze.

ขอขอบคุณ
          ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สถาบันราชภัฏสุรินทร์ โครงการ พวส. ที่ให้ทุนอุดหนุนการวิจัย และ สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ ที่ช่วยเจาะเลือดช้างให้

 

 

Top