แนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ
รศ.วันชัย
ดีเอกนามกูล
ภาควิชาเภสัชเวท
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถ. พญาไท เขตปทุมวัน
กรุงเทพฯ 10330
ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นโลกของสิ่งมีชีวิต
ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่หน่วยพันธุกรรม ที่เป็นองค์ประกอบหน่วยย่อยที่สุด
ไปจนถึงระบบนิเวศใหญ่ที่สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดอาศัยอยู่ องค์ประกอบจากหน่วยย่อยไปสู่หน่วยใหญ่นี้
อาจแยกออกเป็นความหลากหลายได้ 3 ระดับ คือ ความหลากหลายในระดับระบบนิเวศ
(ecological diversity) ความหลากหลายในระดับสิ่งมีชีวิต (organismal
diversity) และความหลากหลายในระดับพันธุกรรม (genetic diversity) ความหลากหลายในแต่ละระดับนี้
มีองค์ประกอบย่อยต่างๆ ซึ่งจัดแบ่งเป็นขั้นๆ โดยมีหน่วยย่อยของประชากร
(populations) อยู่ร่วมกันในทั้ง 3 ระดับ (ภาพที่ 1) สำหรับมนุษย์นั้น
ด้านหนึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพในฐานะที่เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง
แต่ในอีกด้านหนึ่งก็แยกตัวเองออกจากระบบ
แล้วทำการจัดกฎระเบียบปฏิสัมพันธ์ใหม่กับทุกหน่วยย่อยของทั้ง 3 ระดับ
ส่งผลให้เกิดเป็น
วัฒนธรรมที่หลากหลายของมนุษย์ (cultural diversity) ซึ่งแต่ละกลุ่มพยายามที่จะหาประโยชน์
จากความหลากหลายทางชีวภาพในทุกระดับนับตั้งแต่มีการเกิดของมนุษยชาติ

Cultural Diversity
: human interactions at all levels
ภาพที่ 1. องค์ประกอบและระดับต่างๆ
ของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีองค์ประกอบของ populations เป็น องค์ประกอบร่วมในทั้ง
3 ระดับ และมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปฏิสัมพันธ์กับทุกระดับเกิดเป็นความหลาก หลายทางวัฒนธรรมมนุษย์
คงต้องยอมรับกันว่าพัฒนาการของสังคมมนุษย์
ตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมาได้อาศัยทรัพยากร
ชีวภาพหรือความหลากหลายทางชีวภาพเป็นปัจจัยเพื่อการยังชีพอยู่ตลอดเวลา
มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพโดยตรงทั้งในรูปของ วัตถุสิ่งของ
(goods) เพื่อการอุปโภค/บริโภค และในรูปของระบบนิเวศ ซึ่งเป็นลักษณะ
การบริการ (services) ให้กับมนุษย์ทางด้านการพักผ่อนและท่องเที่ยว
นอกจากนี้มนุษย์ยังได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพในทางอ้อม ในรูปของการเป็นปัจจัยที่มีผลต่อ
ความสมดุลของระบบนิเวศ และบรรยากาศโดยรวมของโลกที่ช่วยลดภัยธรรมชาติ
ซึ่งส่งผลให้มนุษย์สามารถอาศัยอยู่บนโลกได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ด้วยเหตุนี้
ความหลากหลายทางชีวภาพจึงสามารถถูกตีค่าได้โดยพิจารณาจากประโยชน์ในด้านต่างๆ
ที่มนุษย์อาจจะได้รับ (ภาพที่ 2) ประโยชน์เหล่านี้เป็นสิ่งที่นักวิจัยทั้งหลายควรที่จะตระหนักและให้ความสนใจ
เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเป้าหมายของการศึกษาวิจัย ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย

ภาพที่ 2. คุณประโยชน์และคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพ
ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปัจจุบัน
มีสาเหตุมาจากการมุ่งใช้ความหลากหลายทางชีวภาพมาเพื่อตอบสนองมนุษย์ใน
เชิงวัตถุและบริการ เป็นหลัก และมองข้ามบทบาททางอ้อมของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
มีส่วนต่อการเกื้อหนุนให้เกิดความสมดุลของสิ่งแวดล้อมโดยรวม ปัจจุบันมีข้อมูลชัดเจนที่ระบุว่าระบบนิเวศที่มีอยู่อย่างหลากหลายในโลก
มีความแตกต่างในการให้ผลผลิตในเชิงวัตถุและบริการ ซึ่งหากสังคมมนุษย์เข้าไปรบกวน
และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยปราศจากการบริหารจัดการที่ดีแล้ว
ก็จะส่งผลกระทบต่อทั้งชนิดและปริมาณของความหลากหลายทางชีวภาพของทั้งโลก
และตามมาด้วยการสูญเสียสภาพของระบบนิเวศโดยรวมไปในที่สุด ดังนั้นการศึกษาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ
จึงควรที่จะดำเนินพร้อมๆ กันไปในทั้ง 2 ด้าน คือ ด้านการใช้ประโยชน์โดยตรงจากสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์
และด้านการใช้ประโยชน์ในทางอ้อม เพื่อการรักษาทั้งสภาพของสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ
ในทั้ง 2 กรณีจำเป็นต้องอาศัยการจัดการเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้การใช้ประโยชน์ดังกล่าวมีลักษณะที่ยั่งยืน
การเสาะหาสิ่งมีชีวิตที่มีคุณประโยชน์และคุณค่าทางเศรษฐกิจนั้น
อาจทำได้โดยการศึกษาจากภูมิปัญญาของมนุษย์ ในแต่ละพื้นที่ที่มีการสัมผัสกับความหลากหลายทางชีวภาพ
มาเป็นระยะเวลายาวนาน จนสามารถคัดเลือกสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมาใช้ประโยชน์
หรือไม่ก็โดยการใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เข้าไปศึกษาความสัมพันธ์ที่มีอยู่อย่างสลับซับซ้อน
ของสิ่งมีชีวิตนานาชนิดในระบบนิเวศหนึ่งๆ (ภาพที่ 3) เป็นที่ทราบกันดีว่าความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในระบบนิเวศไม่ว่าจะเป็นในระหว่างพืชกับพืช
พืชกับสัตว์ พืชกับเชื้อจุลินทรีย์ หรือพืชกับแมลง ล้วนแล้วแต่สื่อสารกันด้วยสารเคมี
สารเคมีจากระบบนิเวศ (สาขาวิชา chemical ecology) เหล่านี้มักจะส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นในลักษณะของการดึงดูด
ขับไล่ ยับยั้งหรืออาจถึงขั้นทำให้ตายได้ ปรากฎการณ์เหล่านี้อาจสังเกตพบเห็นโดยนักชีววิทยาในขณะทำการสำรวจ
ซึ่งหากให้ข้อมูลกับนักเคมีและนักชีวเคมีแล้ว ก็อาจจะนำไปสู่การศึกษาวิจัยที่สามารถค้นพบยาใหม่
หรือสารธรรมชาติที่สามารถควบคุมศัตรูของพืชเศรษฐกิจได้

ภาพที่ 3. การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพในแง่การค้นหาสารธรรมชาติ
ทำให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
สิ่งมีชีวิตด้วยกัน
นอกจากนี้
กระบวนการทางชีวภาพ (biological processes) ที่เกิดขึ้นในตัวของสิ่งมีชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์หรือเชื้อจุลินทรีย์ ยังมีศักยภาพที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อีกด้วย
การศึกษาวิจัยทางด้านนี้มักถูกจัดเป็นสาขาของเทคโนโลยีชีวภาพ (biotechnology)
เช่น การใช้ประโยชน์ในระดับเอนไซม์ เพื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีของสารตั้งต้น
ให้เป็นสารที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หรือการใช้องค์ความรู้พื้นฐานด้านเมตาบอลิซึม
มาเป็นข้อมูลในการพัฒนาสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง ให้มีความสามารถในการผลิตสารเป้าหมายในปริมาณสูงขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี
ชีวภาพ หรือโดยวิธีทางพันธุวิศวกรรม ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าการใช้ประโยชน์จากศักยภาพ
ของกระบวนการทางชีวภาพนั้น มีทั้งในด้านอุตสาหกรรม (โดยเฉพาะด้านอาหาร)
ด้านสิ่งแวดล้อม (เช่น การทำความสะอาดแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนด้วยน้ำมัน
และสารอินทรีย์อื่น) ตลอดจนด้านการแพทย์ (เช่น การผลิตยารักษาโรค) (ภาพที่
4)

ภาพที่ 4. การใช้ประโยชน์จากการศึกษาด้านกระบวนการชีวภาพ
สำหรับในแง่อนุกรมวิธาน
(Taxonomy) การศึกษาวิจัยทางด้านนี้จะสามารถนำไปสู่ความเข้าใจ ในเรื่องวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆ
ทำให้ทราบว่าสิ่งมีชีวิตหนึ่งๆ มีความใกล้ชิดในแง่พันธุกรรมใกล้เคียงกับสิ่งมีชิวตชนิดใดบ้าง
ข้อมูลเหล่านี้จะมีประโยชน์อย่างมาก ต่อการใช้สิ่งมีชีวิตที่มีสปีชีส์ที่ใกล้เคียงกันมาทดแทนสปีชีส์
ที่นำมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว นอกจากนี้ความเข้าใจในเรื่องของอนุกรมวิธาน
ยังสามารถนำไปสู่การวางแผนเพื่อการจัดการ ด้านอนุรักษ์พันธุ์ในรูปแบบต่างๆ
ไม่ว่า จะเป็นในเรื่องของการจัดสวนสัตว์และพืชธรรมชาติ หรือในรูปแบบของสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์เพื่อการศึกษาวิจัยอีกด้วย
(ภาพที่ 5)

ภาพที่ 5. การใช้ประโยชน์จากการศึกษาด้านอนุกรมวิธาน
ในแง่ความหลากหลายทางพันธุกรรม
(genetic diversity) อาจกล่าวได้ว่าในอดีตที่ผ่านมามนุษย์ในภูมิภาคต่างๆ
ของโลก ได้ทำการคัดเลือกพันธุกรรมของพืช จนกระทั่งได้พันธุ์พืชที่มีความเหมาะสมต่อการผลิตอาหาร
ในแต่ละพื้นที่ของโลก (ภาพที่ 6) สำหรับประเทศในเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย
ซึ่งมีความหลากหลายของพืชอยู่เป็นจำนวนมากที่ยังไม่มีการศึกษาลงไปถึงระดับ
พันธุกรรม มีความเป็นได้สูงว่าการศึกษาด้านความหลากหลายทางพันธุกรรม
จะนำไปสู่การค้นพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านนี้ (ภาพที่ 7)

ภาพที่ 6. บริเวณต่างๆ
ในโลกที่เป็นแหล่งความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืชที่ให้อาหารแต่ละชนิด
(จากหนังสือ Primack, R.B. 1993. Essentials of Conservation Biology.
Sinauer Associates, Suderland, Mass).

ภาพที่ 7. การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายด้านพันธุกรรม
จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมา
อาจสรุปได้ว่าความหลากหลายทางชีวภาพมีคุณประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างยิ่ง
ทั้งทางตรงโดยตัวของมันเอง และทางอ้อมโดยการรักษาความสมดุลของสภาวะโลกให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
ภาพกว้างทั้งหมดนี้ คงจะทำให้นักวิจัยมองเห็นว่าการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพไม่ว่าจะเป็นระดับระบบนิเวศ
ระดับสิ่งมีชีวิต หรือระดับพันธุกรรม ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อการใช้ประโยชน์ของมนุษย์
ซึ่งสามารถจัดการให้เกิดความยั่งยืนได้ ที่สำคัญคือนักวิจัยในสาขาต่างๆ
จะต้องมาทำงานร่วมกัน และหาองค์ความรู้ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ จึงจะก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงสมดุล
กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
สำหรับประเทศไทยซึ่งมีฐานองค์ความรู้จากโครงการ
BRT ที่ดำเนินการในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา การศึกษาเพื่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพในระยะ
5 ปีต่อไปควรจะเข้าสู่มิติใหม่ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้คือ