การทดลองที่จะตอบปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์
คือ การแบ่งพื้นที่ออกเป็นผืนเล็กๆ แล้วแยกสัตว์ออกจากป่าทีละชนิด จากนั้นก็เฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสภาพป่าและนิเวศวิทยาของป่า
แต่การทดลองแบบนี้ต้องใช้เนื้อที่มหาศาลและต้องการระยะเวลายาวนาน นักนิเวศวิทยาจึงหันมาให้ความสนใจในการทดลองขนาดเล็ก
ที่ศึกษาความสัมพันธ์เพื่อการดำรงชีพระหว่างสิ่งมีชีวิต โดยการเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตมีหลายแบบ
ผลลัพธ์ของความสัมพันธ์เหล่านั้น คือ เสถียรภาพและการดำรงอยู่ของชุมชนสิ่งมีชีวิตซึ่งมีความซับซ้อนมาก
เราสามารถจัดหมวดหมู่ของความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต ได้ดังนี้ การแก่งแย่งแข่งขัน
ความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับผู้บริโภคพืช การล่าระหว่างสัตว์ การล่าเมล็ดพืชโดยสัตว์กินพืช
ความสัมพันธ์แบบปรสิต ความสัมพันธ์แบบอิงอาศัย และความสัมพันธ์แบบพึ่งพา
ฯลฯ
โครงการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพจากอาหารชะนี
โดย ศาสตราจารย์ วรเรณ บรอคเคลแมน และคณะ มีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาบทบาทของชะนี
ในการกระจายเมล็ดพันธุ์ การงอกของเมล็ด และการเจริญของป่า ตลอดจนการเลือกผลไม้ที่เป็นอาหารของชะนี
เพื่อดูความแตกต่างและลักษณะร่วมของผลไม้ที่เป็นอาหารของชะนีด้วย งานชิ้นนี้เป็นงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการ
BRT โดยอยู่ใน โปรแกรม 2 คือ การศึกษาการตรวจสอบติดตามผลของประชากรสิ่งมีชีวิต
และกระบวนการทางระบบนิเวศ งานวิจัยในโปรแกรมนี้ เป็นงานที่ต้องการเวลาและมีความละเอียดอ่อน
และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาและทีมงานที่เข้มแข็ง รวมทั้งเงินทุนสนับสนุนระยะยาวเพื่อให้ได้ข้อมูลและการแปรผลที่เชื่อถือได้
เหตุที่ผู้วิจัยเลือกชะนีในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
เพราะชะนีหลายกลุ่มในพื้นที่มอสิงโต มีความคุ้นเคยกับมนุษย์แล้วเป็นอย่างดี
เนื่องจากได้มีนักวิจัยหลายคนได้เคยศึกษาพฤติกรรมชะนี ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานถึง
18 ปี โดยมีเส้นทางเดินติดต่อกันทั่วถึง และมีข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่อาศัยของชะนีมากพอ
ที่จะทำให้ติดตามดูการกินอาหารของชะนีได้โดยสะดวก
เนื่องจากชะนีเป็นสัตว์กินผลไม้ที่ช่วยกแพร่กระจายเมล็ดพันธุ์
เนื่องจากมีความสามารถในการกลืนกินเมล็ดและขับถ่ายออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลไม้ป่าส่วนใหญ่จะมีเมล็ดใหญ่แต่มีเนื้อบางๆ ติดแน่นกับเมล็ด เช่น กระท้อนป่า
มังคุดป่า และเงาะป่า ชะนีไม่สามารถเลือกกินแต่เนื้อได้ จึงต้องกลืนกินผลไม้ทั้งเมล็ดและจะต้องกลืนเมล็ดจำนวนมาก
เพื่อจะได้รับปริมาณสารอาหารอย่างเพียงพอ ดังนั้นจึงพบเมล็ดผลไม้ในอุจจาระของชะนีได้ตลอดทั้งปี
เมล็ดเหล่านี้ยังมีชีวิต และเมื่อถึงเวลาก็จะงอกบนดิน จากการศึกษาพบว่า
ในรอบหนึ่งปีชะนีตัวหนึ่งจะกระจายเมล็ดพันธุ์ได้มากกว่าหนึ่งหมื่นเมล็ด
และตลอดทั้งปีชะนีจะกินผลไม้ชนิดต่างๆ มากกว่า 100 ชนิด ทั้งจากไม้ยืนต้นและไม้เลื้อยพวกเถาวัลย์
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องจัดทำแผนที่และติดหมายเลขที่ต้นไม้ทุกต้นในพื้นที่แปลงศึกษาที่มีขนาด
26X100 (2) ตารางเมตร หรือ ประมาณ 162 ไร่ ซึ่งมีการแบ่งแปลงสำรวจออกเป็นขนาด
20X20 ตารางเมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานสากล แปลงศึกษานี้จะช่วยให้การศึกษาพฤติกรรมการหาอาหาร
และกินอาหารของชะนีเป็นไปได้อย่างละเอียดทุกแง่มุม และยังทำให้เข้าใจว่า
ชะนีรู้ชนิดของอาหารและแหล่งอาหารในแต่ละเดือนได้อย่างไร อาหารของชะนีจะเปลี่ยนไปในแต่ละเดือนโดยสัมพันธ์กับผลไม้ที่สุกในเดือนนั้น
ได้อย่างไร สัตว์ป่าชนิดอื่นๆ เช่น กระรอก หรือนกเงือก มีความสัมพันธ์แบบแก่งแย่งพืชอาหารกับชะนีหรือไม่
ปัจจุบัน
ชาวโลกให้ความสนใจในความหลากหลายทางชีวภาพ และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ แต่กระนั้นก็ตาม
การค้นหาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีประโยชน์ในป่าเขตร้อน เป็นการสุ่มทำที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ
การค้นหาพืชที่มีประโยชน์เชิงผลิตภัณฑ์ ที่สร้างเคมีได้จากพืชที่มีอยู่เป็นร้อยเป็นพันชนิดในป่า
จะมีวิธีการอย่างไร การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพืชและสัตว์จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
ในการค้นหาทรัพยากรที่มีค่าดังกล่าว โดยใช้การสังเกตพฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน
ถ้ามนุษย์พูดกับชะนีได้
ก็คงจะถามชะนีว่า
พวกมันใช้พืชชนิดใดเป็นยาบ้างหรือไม่
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
สัตว์ต่างๆ ได้พบยาแผนโบราณมานานแล้ว และก่อนมนุษย์เสียอีก แต่พวกมันเก็บเป็นความลับไว้รอให้มนุษย์ค้นพบเองด้วยการเฝ้าสังเกตและทดสอบอย่างใกล้ชิด
หมายเหตุ
: ดร.วรเรณฯ ได้ทำให้เราเข้าใจวิถีชีวิตของชะนีในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มากยิ่งขึ้น
และประจักษ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์และพืชในป่าเขาใหญ่ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนั้นยังได้รับฟังเสียงร้องของชะนีทั้งจากต้นฉบับ(ตัวชะนีจริงๆ
) และจากตัวอาจารย์เอง ซึ่งเหมือนกับต้นฉบับมากอีกด้วย