:::
 
 
การปฏิรูปการศึกษา
และการประกันคุณภาพการศึกษา
โรงเรียนสตรีอ่างทอง

ตอนที่ 1
การปฏิรูปการศึกษาสู่.....การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา

การปฏิรูปการศึกษา การประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
การดำเนินงานตามแนวการปฏิรูปการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ : ปัญจปฏิรูป

ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน การดำเนินการระบบควบคุมภายใน การประกันคุณภาพการศึกษา

ตอนที่ 1
การปฏิรูปการศึกษาสู่.....การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
การเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการปฏิรูปการศึกษา ผลพวงของการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบัน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหลายประการ ที่กระทบต่อสภาพการดำเนินงานของโรงเรียน อันจะนำไปสู่การปรับยุทธศาสตร์ การประกันคุณภาพการศึกษาที่เหมาะสม และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนสตรีอ่างทอง มีดังต่อไปนี้

1. การปฏิรูปการศึกษา

โรงเรียนสตรีอ่างทองได้ดำเนินการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ ส่งเสริมให้มีการผลิตสื่อนวัตกรรมที่หลากหลาย มุ่งเน้นการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ โรงเรียนได้ดำเนินการกิจกรรมต่างๆ เพื่อจัดการศึกษาตามแนวทางปฏิรูปการศึกษาดังนี้
1. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนเพื่อการปฏิรูปการศึกษาไทย ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ” ระหว่างวันที่ 27-28 ธ.ค. 2542
2. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูและแฟ้มพัฒนางาน" ระหว่างวันที่ 20 -22 ม.ค.2543
3. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การพัฒนาการกระบวนการเรียนการสอน " ระหว่างวันที่ 28 -29 ม.ค.2543
4. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การปรับแผนการสอนให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542" ระหว่าง วันที่ 8-9 พฤษภาคม 2543
5. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการพัฒนาบุคลากร เรื่อง "ทัศนคติเชิงบวกและการตั้ง เป้าหมายเชิงพฤติกรรม" ระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน 2543
6. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การใช้อินเตอร์เน็ตเบื้องต้น” จำนวน 2 รุ่น ระหว่างวันที่ 11-12 เมษายน 2544 และ 18-19 เมษายน 2544
7. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การเตรียมการสู่การปฏิรูปการศึกษาหลังปี 2545” ระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2544
8. จัดให้มีการศึกษาดูงาน ดังนี้
- วันที่ 12-15 มกราคม 2544 ผอ.ปาลิดา กุลรุ่งโรจน์และคณะครูวิชาภาษาอังกฤษ ศึกษาดูงาน โรงเรียนลำปางกัลยาณี จังหวัดลำปาง
- วันที่ 16-18 มกราคม 2544 นักเรียนชุมนุมนักดาราศาสตร์รุ่นเยาว์มีกิจกรรมไปทัศนศึกษาหอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- วันที 16 กุมภาพันธ์ 2544 คณะครู 36 คน ศึกษาดูงาน โรงเรียนลำปางกัลยาณี จังหวัดลำปาง และในวันเดียวกันคณะครู 51 คน ไปศึกษาดูงานโรงเรียนนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
- วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2544 นำนักเรียนประมาณ 220 คน ไปทัศนศึกษาเกี่ยวกับโรคเอดส์ที่ วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี
- วันที่ 6 มีนาคม 2544 งานปกครอง ศึกษาดูงานโรงเรียนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุรี
9. จัดประชุมปฏิบัติการเรื่อง การจัดทำงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (PBB) วันที่ 20-22 มีนาคม 2545
10. จัดประชุมปฏิบัติการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2545


2. การประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 แล้วตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2544 โดยจะเริ่มใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 และ 4 ในปีการศึกษา 2546 และเพิ่มจนครบทุกชั้นในปีการศึกษา 2548 ในส่วนของโรงเรียนสตรีอ่างทองได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขึ้น และประกาศใช้ในปีการศึกษา 2546
ลักษณะสำคัญของหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ประกาศใช้ได้ยึดหลักความมีเอกภาพในด้านนโยบาย และมีความหลากหลายในการปฏิบัติดังนี้
1.1 มีโครงสร้างหลักสูตรที่ยืดหยุ่นทั้งในส่วนของสาระการเรียนรู้พื้นฐานและสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม
1.2 กำหนดจุดหมาย ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ในภาพรวม
1.3 กำหนดสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้แต่ละกลุ่ม มาตรฐานการเรียนรู้
ช่วงชั้น เป็นช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4 โดยจัดเฉพาะส่วนที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ
1.4 จัดทำสาระในรายละเอียดเป็นรายปีหรือรายภาคให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในชุมชน สังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยจัดให้สอคดล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
ภารกิจสำคัญของโรงเรียนคือ การสร้างหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยปฏิบัติ ดังนี้
- กำหนดวิสัยทัศน์ โดยอาศัยความร่วมมือของชุมชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ผู้เรียน ภาคธุรกิจ ภาครัฐในชุมชนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- กำหนดโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาทั้งสาระการเรียนรู้พื้นฐาน สาระการเรียนรู้ ที่จัดเพิ่มเติม และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- กำหนดสาระการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีหรือรายภาค เพื่อจัดทำ คำอธิบายรายวิชา
- ออกแบบการเรียนการสอน โดยจัดหน่วยการเรียน เวลาเรียนในแต่ละหน่วย และการวางแผนจัดการเรียนรู้

3. การดำเนินงานตามแนวการปฏิรูปการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ : ปัญจปฏิรูป

โรงเรียนสตรีอ่งทองได้ดำเนินงานตามแนวปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยเรียกแนวการปฏิรูปว่า "ปัญจปฏิรูป"โดยปฏิรูปสาระสำคัญที่เป็นหัวใจได้ 5 ด้าน ดังนี้
1. ปฏิรูประบบการศึกษา
2. ปฏิรูปการเรียนรู้
3. ปฏิรูประบบการบริหารและการจัดการศึกษา
4. ปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา
5. ปฏิรูปทรัพยากร
สาระสำคัญของการปฏิรูปแต่ละเรื่องที่โรงเรียนสตรีอ่างทองดำเนินการมีดังต่อไปนี้
1. ปฏิรูประบบการศึกษา
1.1 เร่งดำเนินการการเรียนรู้ตลอดชีวิต
1.2 การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
1.3 ทุกส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
2. ปฏิรูปการเรียนรู้
2.1 ให้มีการเรียนรู้เต็มตามศักยภาพของผู้เรียน
2.2 เชื่อมโยงหลักสูตรสาระการเรียนรู้ของผู้เรียน
2.3 ปฏิรูปวิธีการเรียนรู้และการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัย
2.4 ใช้แหล่งเรียนรู้ทุกรูปแบบ
2.5 ประเมินผลจากพัฒนาการของผู้เรียน และใช้วิธีที่หลากหลายในการจัดสรร โอกาสการเข้าศึกษาต่อ
3. ปฏิรูประบบการบริหารและการจัดการศึกษา
3.1 กำหนดนโยบาย แผน มาตรฐานการศึกษา สนับสนุน ทรัพยากร ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล
3.2 กระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา
3.3 การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการบริหารสถานศึกษาในรูปองค์คณะบุคคล
3.4 ส่งเสริมการจัดการศึกษาของเอกชน
3.5 ให้ระบบการประกันคุณภาพเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารสถานศึกษา
4. ปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา
4.1 เร่งการพัฒนาครูประจำการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
4.2 การยกย่องและให้ผู้นำครูสร้างเครือข่ายปฏิรูปการเรียนรู้
4.3 ยกฐานะครูเป็นผู้ประกอบวิชาชีพชั้นสูง
4.4 กระจายอำนาจการบริหารงานบุคลากรฝ่ายต่าง ๆ
4.5 สนับสนุนให้ครูภูมิปัญญาไทยในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
5. ปฏิรูปทรัพยากร
5.1 ระดมทรัพยากรจากทุกส่วนของชุมชนเพื่อการเรียนรู้
5.2 จัดสรรทรัพยากรอย่างทั่วถึง เสมอภาค และเป็นธรรม
5.3 เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา


4. ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน

ตามนโยบายของกรมสามัญศึกษา ที่เกิดจากติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 ที่อนุมัติแผนปฏิรูประบบราชการ อันนำไปสู่การปรับเปลี่ยนระบบการทำงานของราชการในหลายส่วน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่ง ของโรงเรียนสตรีอ่างทองคือ การปรับปรุงระบบงบประมาณเป็นระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (Performance - Based Budgeting : PBB) โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1. ให้ความสำคัญกับผลงาน (Results) ได้แก่ ผลผลิต (Output) และผลลัพธ์ (Outcome) ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และนโยบายของรัฐบาล
2. ใช้การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) เป็นเครื่องมือในการกำหนด ผลงาน (Results) และงบประมาณ
3. มอบและกระจายอำนาจการจัดทำและบริหารงบประมาณให้แก่หน่วยปฏิบัติ
4. จัดสรรงบประมาณเป็นวงเงินรวม (Block Grant) เพื่อให้ยืดหยุ่นในการใช้งบประมาณ
5. การจัดทำงบประมาณให้รวมกิจกรรมที่อยู่นอกระบบงบประมาณด้วย ซึ่งได้แก่ เงินกู้ และเงินช่วยเหลือจากภายนอก
6. คำนวณค่าใช้จ่ายหรืองบประมาณจากผลผลิตหรือกิจกรรม
7. กำหนดวงเงินงบประมาณล่วงหน้า ระยะ 3 ปี และจัดทำเป็นแผนหมุนเวียน
8. ใช้ระบบบัญชีพึงรับพึงจ่าย (Accrual basis)
9. เน้นการควบคุมภายใน (Internal Audit)
10. การรายงานให้เชื่อมโยงระหว่างการดำเนินงานนโยบายของหน่วยงาน


5. การดำเนินการระบบควบคุมภายใน

แนวดำเนินการด้านการควบคุมคุณภาพและการนิเทศภายในตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษา

ในการจัดการศึกษาและการบริหารงานโรงเรียนยุคปัจจุบัน ซึ่งเรียกว่าเป็นยุคแห่งการปฏิรูปนั้น การพัฒนาด้านคุณภาพงานถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่โรงเรียนต้องยึดถือเป็นนโยบายและเป็นภารกิจหลักที่จะต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ของบุคลากรทุกฝ่าย ตลอดจนการระดมสรรพกำลัง ความช่วยเหลือสนับสนุนจากชุมชนและองค์กรภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2545 ที่มุ่งเน้นให้มีการกระจายอำนาจด้านการบริหารจัดการไปสู่โรงเรียนที่เรียกว่า การบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ( School - Base Management ) โดยที่คาดหวังว่าด้วยหลักการและวิธีการดังกล่าวจะช่วยให้โรงเรียนมีการบริหารงานอย่างมีคุณภาพเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในทุก ๆ ด้าน การควบคุมคุณภาพและการนิเทศภายใน จึงเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งในการสร้างคุณภาพของงาน กระทรวงศึกษาธิการตลอดจนกรมสามัญศึกษาได้กำหนดแนวดำเนินการเพื่อควบคุมคุณภาพและวิธีการติดตามนิเทศภายในเป็นหลักอย่างกว้างในภาพรวม เพื่อให้โรงเรียนได้เลือกใช้และปฏิบัติ อย่างไรก็ตามในส่วนของการปฏิบัติในเชิงรูปธรรมของแต่ละโรงเรียนย่อมมีความแตกต่างและหลากหลายกันไป ตามสภาพและปัจจัยเกื้อหนุนที่จะช่วยให้การควบคุมคุณภาพและการนิเทศภายในเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดในการปฏิบัติ
โรงเรียนสตรีอ่างทอง ได้ให้ความสำคัญและเห็นคุณประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อการสร้างระบบการควบคุมคุณภาพและการนิเทศภายในที่มีคุณภาพขึ้นในโรงเรียน ดังนั้นการที่จะปฏิบัติภารกิจของโรงเรียนให้บรรลุตาม วิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ ( Mission) และเป้าประสงค์ (Goals) ของโรงเรียน จึงเป็นเรื่องที่โรงเรียนต้องสร้างความตระหนักในบทบาท ภาระหน้าที่และขอความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ จากบุคลากรทุกคน การปฏิบัติตามทั้ง 3 ส่วนข้างต้นนั้นโรงเรียนสตรีอ่างทอง ได้ใช้กรอบการทำงานในด้านการควบคุมคุณภาพและการนิเทศภายใน ตามวงจร PDCA เพื่อให้เกิดการทำงานในลักษณะ “ มืออาชีพ ” ทั้งในส่วนของโรงเรียนและบุคลากรทุกคน สรุปโดยย่อดังนี้
1. P ( Plan ) : การวางแผน
ในการปฏิบัติงานทุกเรื่องของโรงเรียนครูและบุคลากร จะต้องมีการศึกษสภาวะปัจจุบันของเรื่องนั้น ๆ เสมอ จึงจะระบุปัญหาหรือเรื่องที่จะทำให้ชัดเจน แล้วจึงศึกษาหาวิธีแก้ปัญหาร่วมกันพร้อมกับกำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้ชัดเจน จึงกำหนดเป็นแผนต่อไป
2. D ( Do ) : การดำเนินการตามแผน
ก่อนการดำเนินการต้องประชุมชี้แจงให้ผู้เกี่ยวข้องทราบและเข้าใจตรงกันถึงปัญหา และวิธีการที่จะปฏิบัติ ในขณะปฏิบัติจริงต้องมีการตรวจสอบผลงานและวิธีการเป็นระยะ ๆ เสมอ
3. C ( Check ) : การตรวจสอบผลการปฏิบัติ
เป็นการเปรียบเทียบผลที่ได้จากการปฏิบัติจริงกับแผนที่กำหนดไว้ รวมทั้งตรวจสอบวิธีการว่าได้ข้อมูลใหม่บ้างหรือไม่ แล้วรวบรวมบันทึกข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์เพิ่มเติมต่อไป เพื่อทำเป็นมาตรฐานของโรงเรียนต่อไป
4. A ( Action ) : การดำเนินการให้เหมาะสม
ข้อนี้เป็นผลมาจาก Check เพราะจะเห็นว่างานใด วิธีการไหนดีได้ผลสามารถนำมาเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานของโรงเรียนได้แล้วให้นำไปขยายผล ในการพัฒนา ปรับปรุงผลงานเป็นลำดับต่อไป ขณะเดียวกันหากพบว่าผลงานที่ Check แล้วไม่น่าพอใจเป็นมาตรฐานของโรงเรียนไม่ได้ ให้ร่วมกันหาทางเลือกใหม่หรือใช้ความพยายามเพิ่มกว่าเดิม หรือขอความช่วยเหลือจากแหล่งอื่น หรือเปลี่ยนแปลงเป้าหมายงานใหม่ให้เหมาะสมและสามารถทำสำเร็จได้จริง
ระบบ PDCA คือ การทำงานที่เป็นระบบ เพื่อให้เกิดมาตรฐานคุณภาพการปฏิบัติงานในทุกเรื่องของโรงเรียน ดังนั้นการที่โรงเรียนสตรีอ่างทอง นำวงจรคุณภาพนี้มาประยุกต์ใช้ในการสร้างและพัฒนาระบบการควบคุมคุณภาพ และการนิเทศภายในของโรงเรียนจึงมีความเชื่อมั่นว่า จะทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อการทำงานโดยรวมของโรงเรียนอย่างแน่นอน

ระบบการควบคุมภายในของโรงเรียนสตรีอ่างทอง
เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการกำหนด,มาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ.2545
บทนำ ผู้บริหารโรงเรียนได้สรุปวัตถุประสงค์และภารกิจของโรงเรียนกำหนดและสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมของ “การควบคุมภายใน” ในภาพรวมครอบคลุมทุกงานและทุกบุคคลในโรงเรียนดังนี้
1. สรุปภารกิจและวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานสำคัญของโรงเรียน
1.1 โรงเรียนเป็นสถานที่ราชการ สังกัดกรมสามัญศึกษา มีหน้าที่จัดการศึกษาให้แก่เยาวชนในระดับชั้น ม.1 – ม.6 ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ
1.2 การจัดการศึกษาคำนึงถึง “นักเรียนเป็นสำคั ”
1.3 โรงเรียนบริหารงานโดยยึดระบบ “โรงเรียนเป็นฐาน ” และรับความร่วมมือช่วยเหลือจากชุมชนองค์กรเอกชนอย่างมีระบบ
1.4 บุคลากรของโรงเรียนเป็นข้าราชการ ลูกจ้างประจำ วิทยากรพิเศษ ปฏิบัติงานอย่างมีระบบ โดยแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบและมีสายงานบังคับบัญชาชัดเจน ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้รับมอบอำนาจการบริหารจากอธิบดีกรมสามัญศึกษาบุคลากรในโรงเรียน ได้รับมอบหมายหน้าที่การงานจากผู้บริหารโรงเรียน
2. ข้อกำหนดทางจริยธรรมมีดังนี้
2.1 บุคลากรของโรงเรียนต้องซื่อสัตย์สุจริต / มีความรับผิดชอบ
2.2 บุคลากรของโรงเรียนต้องทำงานอย่างคุ้มค่า คือคุ้มกับเงินรายได้ที่ได้รับจากรัฐบาลและความเชื่อถือไว้วางใจของสังคม/ชุมชน
2.3 ครูผู้สอนต้องปฏิบัติการสอนอย่างเต็มเวลา/เต็มความสามารถ
3. นโยบายและมาตรฐานการทำงาน
3.1 บุคลากรต้องทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ
3.2 บุคลากรต้องทำงานทันเวลาที่นัดหมาย
3.3 บุคลากรต้องทำงานถูกต้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของงานโดยถูกต้องกับกฎหมาย
3.4 บุคลากรต้องทำงานให้เรียบร้อย มีหลักฐานที่เชื่อได้ ให้สืบค้นได้เสมอ
4. กำหนดโครงสร้างงานในฝ่ายงาน ( Job analysis/Job description ) กำหนดหน้าที่และขั้นตอนการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ ดังนี้
4.1 คณะกรรมการสถานศึกษาพื้นฐาน
4.2 ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ
4.3 ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายธุรการ
4.4 ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน
4.5 ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริการ
5. กำหนดแนวปฏิบัติการควบคุมภายใน ของทุกฝ่าย/งาน/หมวดวิชา ในด้านต่อไปนี้
5.1 ขั้นตอนการดำเนินงาน
5.2 สภาพแวดล้อมการควบคุม
5.3 ปัจจัยเสี่ยง
5.4 กิจกรรมการควบคุม
5.5 สารสนเทศ / การสื่อสาร
5.6 การติดตาม / การประเมินผล

6. การประกันคุณภาพการศึกษา

การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นกระบวนการทางการศึกษา เพื่อสร้างความมั่นใจและเป็นหลักประกันต่อผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคมว่า สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้ตามมาตรฐาน นับเนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2542 เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ โรงเรียนสตรีอ่างทองได้มีความพยายามจากทุกฝ่าย ที่จะนำข้อกำหนดและสาระบัญญัติต่าง ๆ ในพระราชบัญญัติการศึกษาไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาซึ่งมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนในหมวด 6 มาตรา 48 ว่า “ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก”
โรงเรียนสตรีอ่างทองได้กำหนดโครงสร้างของระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเป็น 3 องค์ประกอบ คือ
1. การควบคุมคุณภาพการศึกษา
- การกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
- การดำเนินการพัฒนาไปสู่มาตรฐานที่กำหนด
2. การตรวจสอบ ทบทวน และปรับปรุงคุณภาพการศึกษา
- การประเมินคุณภาพ ภายในสถานศึกษา
- การปรับปรุงและพัฒนาไปสู่มาตรฐานที่กำหนด
3. การประเมินและรับรองคุณภาพการศึกษา

- การเตรียมการเพื่อรับ การประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)

ภารกิจของโรงเรียนเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา
โรงเรียนสตรีอ่างทองตระหนักเสมอว่าการประกันคุณภาพการศึกษาไม่ควรเป็นสิ่งแปลกแยกในสถานศึกษาอีกต่อไปแล้ว ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรมีความชัดเจน และมองเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันกับการทำงานปกติ เพื่อมุ่งสู่คุณภาพในทุกขั้นตอนของโรงเรียน ในลักษณะของการมองเห็นภาพรวมของงานทั้งหมด และรู้ชัดเจนในภารกิจที่ตนเองรับผิดชอบมิใช่การทำงานแบบแยกส่วนระบบการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน ให้ผสมกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเป็นวิถีชีวิตการทำงานของบุคลากรทุกคนของสถานศึกษา
ดังนั้น โดยหลักการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
โรงเรียนสตรีอ่างทอง จึงได้กำหนดภารกิจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาไว้ดังนี้

1. การจัดทำมาตรฐานการศึกษาและตัวชี้วัดของสถานศึกษา
2. การกำหนดเกณฑ์คุณภาพแต่ละมาตรฐานอย่างเหมาะสมกับสภาพสถานศึกษา
3. การจัดทำข้อมูลพื้นฐานและพัฒนาระบบสารสนเทศ
4. การจัดทำธรรมนูญสถานศึกษา หรือแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาระยะ 3 ปี
5. การจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีที่สอดคล้องกับเป้าหมาย และยุทธศาสตร์ที่
กำหนดไว้ในธรรมนูญสถานศึกษา
6. การร่วมกันกำหนดวิธีปฏิบัติงานเพื่อมุ่งสู่คุณภาพตามเป้าหมายที่เหมาะสม
7. การกำกับติดตามให้มีการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการและวิธีปฏิบัติงานที่
กำหนดขึ้น
8. การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา และจัดทำรายงาน
การประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self Study Report : SSR) เสนอต่อผู้เกี่ยวข้อง
9. การนำผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษามาปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของ
สถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการดำเนินงานของสถานศึกษาโดยใช้ยุทธศาสตร์การประกันคุณภาพการศึกษา
ในการดำเนินงานของโรงเรียนสตรีอ่างทองได้ยึดตามขั้นตอนแนวทางการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา 6 ขั้นตอนของกรมสามัญศึกษาเป็นหลัก และมีการปรับเปลี่ยน
การปฏิบัติงานในบางเรื่องให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ที่จะทำให้การปฏิบัติงานของโรงเรียนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แนวทางในการปฏิบัติสำหรับโรงเรียนมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาและการเตรียมการ
มีการทบทวนคณะทำงานและปรับบทบาทหน้าที่ ตลอดจนการประสานงานเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันมากขึ้น โดยเฉพาะคณะกรรมการบริหารโรงเรียน คณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษา คณะกรรมการงานวิชาการและบริหารหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ประชุมวางแผนการทำงานร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับยุทธศาสตร์การทำงานของโรงเรียนให้เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 2 การวางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา
ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
1. การจัดทำข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน
2. การจัดทำมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน
3. การจัดทำธรรมนูญสถานศึกษา (แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา)
4. การจัดทำแผนปฏิบัติการ
ในการวางแผนการประกันคุณภาพการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจกำหนดนโยบาย
ทิศทางอนาคตของสถานศึกษา ซึ่งในขั้นตอนนี้โรงเรียนได้ดำเนินการดังนี้
1. เชื่อมโยงให้เห็นความสัมพันธ์ของจุดหมายของหลักสูตร และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา โดยเฉพาะมาตรฐานด้านผู้เรียน ได้กำหนดมาตรฐานและตัวชี้วัดเพิ่มเติม เพื่อให้ครบถ้วนตามจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. ประชุมปฏิบัติการเพื่อหลอมรวมธรรมนูญสถานศึกษาให้เป็นสิ่งเดียวกัน กับการทำแผนกลยุทธ์ตามระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน และแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ตามกฎกระทรวง เรื่องระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาฯ โดยดำเนินการดังต่อไปนี้
2.1 วิเคราะห์สภาพปัญหาและความจำเป็นอย่างมีระบบ (SWOT)
2.2 กำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย และสภาพความสำเร็จของการพัฒนา
2.3 กำหนดวิธีดำเนินงานที่มีหลักวิชาและข้อมูลเชิงประจักษ์ที่โดยให้ครอบคลุมการพัฒนาด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
2.4 กำหนดกระบวนการเรียนรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
การพัฒนาบุคลากรและการบริหารจัดการ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้
2.5 กำหนดแหล่งวิทยาการภายนอกที่ให้การสนับสนุนทางวิชาการ กำหนดบทบาท
หน้าที่ให้บุคลากรในโรงเรียนทุกคน รวมทั้งผู้เรียน ให้รับผิดชอบและดำเนินงานตามที่กำหนดไว้
อย่างมีประสิทธิภาพ
2.6 กำหนดบทบาทหน้าที่และแนวทางให้บิดามารดา ผู้ปกครอง บุคลากรใน
ชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน
2.7 กำหนดการจัดสรรงบประมาณ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนที่ 3 การดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษา
ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
1. การทบทวนแผนฯ
2. การพัฒนาบุคลากร
3. การจัดสิ่งอำนวยความสะดวก
4. การดำเนินการตามแผนฯ
5. การนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผล
ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจในการทำงานตามแผนฯ ที่กำหนดไว้ มีการนิเทศภายใน และการกำกับ ติดตาม ประเมินผลของงาน/โครงการที่รับผิดชอบ เก็บรวบรวมหลักฐานข้อมูลสำหรับใช้เป็นข้อมูลสารสนเทศที่ชี้ให้เห็นถึงความตระหนัก (Awareness : A1) ความพยายาม (Attempt : A2) และความสำเร็จ (Achievement : A3) ของการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา โดยการจัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศในทุกงานที่สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน สำหรับนำไปใช้ในการประเมินตนเองหรือการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา


ขั้นตอนที่ 4 การตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
1. การเตรียมการ
2. การตรวจสอบประเมิน
3. การสรุปและการรายงานผล
โรงเรียนได้วางกรอบการประเมิน และแผนการประเมินคุณภาพภายในโดยครอบคลุมถึงผลผลิตตามแผนพัฒนาการศึกษาประจำปีและการติดตามงบประมาณในระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (PBB) และการประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ขั้นตอนที่ 5 การปรับปรุงและพัฒนา
โรงเรียนนำผลการประเมินตนเอง การประเมินคุณภาพภายในโดยหน่วยงานต้นสังกัดและข้อมูลป้อนกลับไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาระบบการบริหารงานและการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และใช้ผลการประเมินวางแผนกลยุทธในการจัดทำระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานของโรงเรียน

ขั้นตอนที่ 6 การเตรียมการรับการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)

โรงเรียนได้ศึกษาหลักการ กรอบเกณฑ์ และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอก สำหรับเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาเพื่อรับการประเมินภายนอกในเวลาอันเหมาะสม และได้ปรับเกณฑ์คุณภาพของโรงเรียนให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการของการประเมินภายนอก

ตอนที่ 2
การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา

การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาเป็นกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานของสถานศึกษาที่กระทำโดยบุคลากรในสถานศึกษาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อให้ได้ข้อมูลป้อนกลับในการปรับปรุงพัฒนาสถานศึกษาไปสู่ความเป็นสถานศึกษาที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน

การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีอ่างทอง ประกอบด้วยการประเมิน 3 ลักษณะคือ

1. การประเมินคุณภาพโดยสถานศึกษาประเมินตนเอง

ซึ่งได้ดำเนินการดังนี้
1.1 ประเมินคุณภาพโดยผู้ปฏิบัติเป็นผู้ประเมินการปฏิบัติงานของตนเอง โดยประเมินงาน/โครงการและงานประจำ หรืองานที่ได้รับมอบหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานของสถานศึกษา เป็นการประเมินตนเองของบุคคล ฝ่าย/หมวด/งานตามระบบโครงสร้างการบริหารของโรงเรียน ใช้วงจรคุณภาพ P-D-C-A เป็นกลไกควบคุมคุณภาพการประเมินตนเอง เพื่อให้ได้ข้อมูลป้อนกลับมาปรับปรุงการปฏิบัติงานของตนเอง ของฝ่าย/หมวด/งาน
1.2 ประเมินคุณภาพโดยคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาเป็นการประเมินเพื่อสรุปความก้าวหน้าหรือความสำเร็จของโรงเรียน เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย และการเชื่อมโยงข้อมูลจากการประเมินตนเองโดยผู้ปฏิบัติมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและนำผลการประเมินมาเทียบกับเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ผลการประเมินคุณภาพโดยคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษานำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ สรุปผล และเขียนรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self Study Report : SSR) เพื่อที่จะใช้เป็นข้อมูลป้อนกลับในการปรับปรุงพัฒนาการปฏิบัติงานของสถานศึกษาทั้งระบบในภาพรวม เป็นกระบวนการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการดำเนินงานด้านประเมินคุณภาพภายใน ปีการศึกษา 2543-2545
1) การเตรียมการ
1. ประชุม / อบรม ครู - อาจารย์ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเรื่องการประกัน คุณภาพการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษา 2542
2. จัดทำเอกสารให้ครู - อาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง ทราบเป็นระยะ ๆ
2) การดำเนินงาน
1. โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาตาม คำสั่งโรงเรียนสตรีอ่างทองที่ 65/2544 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา และประชุมมอบหมายงานเพื่อดำเนินการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา
2. คณะกรรมการดำเนินงาน ประชุม กำกับ ติดตามงานเป็นระยะ ๆ
3) วิธีการที่ใช้ในการประเมินคุณภาพภายใน
ในการประเมินคุณภาพแต่ละมาตรฐาน คณะกรรมการประเมินจะใช้วิธีการสังเกต สัมภาษณ์ แบบสอบถามจากบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบเอกสาร แล้วนำผลประเมินมาสรุปเพื่อจัดระดับคุณภาพในแต่ละมาตรฐานโดยหาค่าร้อยละ ฐานนิยมและค่าเฉลี่ย

มาตรฐานการศึกษาที่สถานศึกษาทำการประเมินคุณภาพภายในโรงเรียนได้ทำการประเมินคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐาน ดังนี้
ปีการศึกษา 2543 – 2544
ด้านผลผลิต

มาตรฐานที่ 1 มีความรู้และทักษะพื้นฐานตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน
มาตรฐานที่ 3 เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
มาตรฐานที่ 4 มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
มาตรฐานที่ 5 มีสุนทรีภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา
มาตรฐานที่ 7 มีสุขนิสัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ปลอดจากยาเสพติด
มาตรฐานที่ 8 มีทักษะในการจัดการ และการทำงาน รักการทำงาน มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริตและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
ด้านกระบวนการ
มาตรฐานที่ 1 การบริหารและการจัดการอย่างมีระบบ
มาตรฐานที่ 4 การจัดการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
มาตรฐานที่ 6 มีการพัฒนาครูและบุคลากรอื่น ให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้เต็มศักยภาพ
มาตรฐานที่ 7 ส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรภาครัฐและเอกชนในการจัดและพัฒนาการศึกษา
ด้านปัจจัย
มาตรฐานที่ 5 มีหลักสูตรที่ยืดหยุ่นเหมาะสม เอื้อต่อการเรียนรู้ และตอบสนอง ความต้องการของผู้เรียน
มาตรฐานที่ 6 มีเอกสาร สื่อ วัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่เอื้อต่อการเรียนรู้

ปีการศึกษา 2545
ได้ยึดขอบข่ายของการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา จากมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่ สมศ. กำหนด ดังนี้
ประเมินตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่โรงเรียนศึกษากำหนดโดยครอบคลุม
1) มาตรฐานด้านผลผลิต (Output)
2) มาตรฐานด้านกระบวนการ (Process)
3) มาตรฐานด้านปัจจัย (Input)
มาตรฐานเกี่ยวกับผลผลิต
มาตรฐานที่ 1 มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์
มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร
มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
มาตรฐานที่ 9 ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ
มาตรฐานที่ 10 ผู้เรียนมีสุขนิสัย สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี
มาตรฐานที่ 12 ผู้เรียนมีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา
มาตรฐานเกี่ยวกับครู
มาตรฐานที่ 22 ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
มาตรฐานที่ 24 ครูมีคุณวุฒิ/ความรู้ ความสามารถตรงกับงานที่รับผิดชอบ และมีครูเพียงพอ
มาตรฐานเกี่ยวกับผู้บริหาร
มาตรฐานที่ 13 มีการจัดองค์กร/โครงสร้างและการบริหารงานอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ให้บรรลุเป้าหมายการศึกษา
มาตรฐานที่ 14 สถานศึกษาส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาการศึกษา
มาตรฐานที่ 18 สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมและการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
มาตรฐานที่ 25 สถานศึกษามีหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียน และท้องถิ่น มีสื่อการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้
มาตรฐานที่ 20 ผู้บริหารมีภาวะผู้นำ และมีความสามารถในการบริหารจัดการ

ผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา
ปรากฎผลดังรายงานการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา (SSR) ประจำปีการศึกษา 2543 – 2544 – 2545

2. การประเมินคุณภาพภายในโดยหน่วยงานต้นสังกัด

มีการประเมินจากคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากต้นสังกัด ระดับสหวิทยาเขต ตามคำสั่งของสำนักงานสามัญศึกษาจังหวัดอ่างทอง ดำเนินการประเมินตามรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา(Self Study Report : SSR) เพื่อเป็นข้อมูลป้อนกลับให้โรงเรียนพิจารณาปรับปรุง พัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาและรายงานต้นสังกัด ตลอดจนเผยแพร่สู่สาธารณชน โรงเรียนสตรีอ่างทองได้รับการประเมินคุณภาพภายในโดยหน่วยงานต้นสังกัด จำนวน 3 ครั้ง ในปีการศึกษา 2543 – 2545 (ดังปรากฎในรายงานผลประเมินคุณภาพภายในโดยหน่วยงานต้นสังกัด ปีการศึกษา 2543 – 2545 )

3. การประเมินคุณภาพสถานศึกษาโดยองค์กรเอกชน (สมศ.)

เป็นการประเมินคุณภาพภายนอกของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) ทำการประเมินเมื่อวันที่ 3 - 5 กันยายน 2546 ซึ่งมีผลการประเมินคุณภาพด้านผู้เรียนตามมาตรฐานที่สอดคล้องกับความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษา ผลการประเมินด้านครูผู้สอนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการพัฒนาให้เกิดปัจจัยเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน และผลการประเมินด้านผู้บริหารเกี่ยวกับการบริหารและจัดการ และการส่งเสริมสนับสนุนด้านปัจจัยเอื้อต่อการจัดการศึกษา รายงายผลการประเมินสะท้อนให้เห็นจุดเด่น จุดด้อย ด้านต่าง ๆ ซึ่งโรงเรียนได้นำไปพิจารณาปรังปรุงพัฒนา ส่วนที่ยังเป็นจุดด้อยให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งข้อเสนอแนะในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ซึ่งทางโรงเรียนจะได้นำไปพัฒนาตามความเหมาะสมกับสภาพความพร้อมของปัจจัยเอื้อต่อไป
สรุปผลการประเมินตามมาตรฐานการศึกษาของ สมศ. มดังปรากฎตามตารางต่อไปนี้

สรุปผลการประเมินตามมาตรฐานเปรียบเทียบ SSR กับ สมศ.
(สมศ.ประเมินระหว่างวันที่ 3 – 5 กันยายน 2546)
ที่
มาตรฐานการศึกษา
SSR
สมศ
มาตรฐานเกี่ยวกับผลผลิต
1
มาตรฐานที่ 1 มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
3
3
2
มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์
2
3
3
มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร
3
2
4
มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
3
3
5
มาตรฐานที่ 9 ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ
3
3
6
มาตรฐานที่ 10 ผู้เรียนมีสุขนิสัย สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี
3
3
7
มาตรฐานที่ 12 ผู้เรียนมีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี และกีฬา
3
3
มาตรฐานเกี่ยวกับครู
8
มาตรฐานที่ 22 ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ และเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
3
2
9
มาตรฐานที่ 24 ครูมีคุณวุฒิ/ความรู้ ความสามารถตรงกับงานที่รับผิดชอบ และมีครูเพียงพอ
3
3
มาตรฐานเกี่ยวกับผู้บริหาร
10
มาตรฐานที่ 13 มีการจัดองค์กร/โครงสร้างและการบริหารงานอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ให้บรรลุเป้าหมายการศึกษา
3
3
11
มาตรฐานที่ 14 สถานศึกษาส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาการศึกษา
3
3
12
มาตรฐานที่ 18 สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมและการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
3
3
13
มาตรฐานที่ 25 สถานศึกษามีหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียน และท้องถิ่น มีสื่อการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้
3
3
14
มาตรฐานที่ 20 ผู้บริหารมีภาวะผู้นำ และมีความสามารถในการบริหารจัดการ
3
3

เกณฑ์การประเมิน
ระดับ 1 มีคุณภาพดีมีค่า <50% (ปรับปรุง)
ระดับ 2 มีคุณภาพดีมีค่าระหว่าง 50%-74% (พอใช้)
ระดับ 3 มีคุณภาพดีมีค่าตั้งแต่ 75% ขึ้นไป (ดี)

 
โรงเรียนสตรีอ่างทอง ::: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอ่างทอง
66 หมู่ที่ 3 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง 14000 โทรศัพท์ 0-3561-1511 โทรสาร 0-3562-6338
webmaster ::: kasidet phumsakha ::: e-mail | kasidetp@hotmail.com | kasidetp@sa.ac.th
tel 0-1852-9618 , 0-3561-511 ext 124
E-mail :: Satri Angthong School ::: webmaster@sa.ac.th
คุณเป็นคนเข้าชมคนที่::
Merchant Accounts
::update 01/09/2004