foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
Get Adobe Flash player

Weblink

gessru

Login Form

วัชรพงษ์  แพร่หลาย. (2556). รายงานผลการประเมินโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

โรงเรียนสตรีอ่างทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5.

บทคัดย่อ

          การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนสตรีอ่างทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 ปีการศึกษา 2555  ตามรูปแบบ CIPP Model ใน 4 ด้าน คือ  ด้านสภาพแวดล้อม  ด้านปัจจัยนำเข้า  ด้านกระบวนการ  และด้านผลผลิต  ประชากร  ได้แก่  ผู้บริหารและครูโรงเรียนสตรีอ่างทอง  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสตรีอ่างทอง  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ผู้บริหารและครูโรงเรียนสตรีอ่างทอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสตรีอ่างทอง  รวมทั้งสิ้นจำนวน  831 คน  ซึ่งผู้ประเมินใช้การศึกษาเอกสารและแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่ ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

          ผลการประเมินพบว่า

          1. การประเมินโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนสตรีอ่างทอง  ในภาพรวมมีระดับความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก  และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือด้านสภาพแวดล้อม รองลงมาคือ ด้านปัจจัยนำเข้า  ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต  ตามลำดับ

          2. การประเมินด้านสภาพแวดล้อม  พบว่าในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งจากค่าเฉลี่ยในภาพรวมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด แสดงว่าโครงการมีความเหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เป้าหมายและความเป็นไปได้  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ  พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ครู  ผู้ปกครอง  และชุมชนให้ความร่วมมือและการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมตามโครงการที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นเป็นอย่างดี  รองลงมาคือ มีความจำเป็นในการจัดทำโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โรงเรียนสตรีอ่างทอง  และวัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          3. การประเมินด้านปัจจัยนำเข้า  พบว่าในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ซึ่งจากค่าเฉลี่ยในภาพรวมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด แสดงว่าโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอทั้งในส่วนของบุคลากร  งบประมาณ สถานที่และวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำเนินโครงการ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ  พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่  งบประมาณที่โรงเรียนจัดสรรเพื่อใช้ในการดำเนินงานตามโครงการ รองลงมาคือ บุคลากรมีจำนวนที่เพียงพอในการดำเนินงานโครงการ และบุคลากรให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมตามโครงการ ตามลำดับ

          4. การประเมินด้านกระบวนการ  พบว่าในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ซึ่งจากค่าเฉลี่ยในภาพรวมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด แสดงว่ากระบวนการดำเนินโครงการมีความเหมาะสม  เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ  พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 ลำดับแรก  ได้แก่  มีการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานกิจกรรม โครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปีให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์  รองลงมาคือ  มีการจัดระบบ โครงสร้างการบริหารสถานศึกษาอย่างชัดเจน และ  มีการกำหนดผู้ปฏิบัติงานอย่างชัดเจน และชี้แจงทำความเข้าใจ ตามลำดับ

          5. การประเมินด้านผลผลิต  ในภาพรวมมีระดับความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ซึ่งจากค่าเฉลี่ยในภาพรวมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด แสดงว่าโครงการประสบความสำเร็จ  และเมื่อพิจาณารายด้านพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือด้านการประเมินความพึงพอใจ รองลงมาคือ การประเมินผลการปฏิบัติงาน

          เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อของการประเมินความพึงพอใจ  พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กิจกรรมในโครงการทำให้โรงเรียนได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต้นสังกัดและชุมชน รองลงมาคือ ควรมีการจัดโครงการนี้ต่อเนื่องทุกปี และ กิจกรรมในโครงการทำให้การใช้ทรัพยากรของโรงเรียนเกิดความคุ้มค่า ตามลำดับ

          และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อของการประเมินผลการปฏิบัติงานพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ครูปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล รองลงมาคือสถานศึกษามีการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง และผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ตามลำดับ

 

 

 

 

Attachments:
Download this file (abstrac.pdf)abstrac.pdf[ ]121 kB