ความดัน
(Pressure)
[
สถานการณ์จำลอง
]
จากนิยามความดันโดยทั่วไป ความดัน หมายถึง
แรงที่กระทำบนพื้นที่หนึ่งตารางหน่วยในแนวตั้งฉากกับพื้นที่นั้น หรือ
แรงดันในหนึ่งหน่วยพื้นที่
![]()
กำหนดให้ F
=
แรงดันบนพื้นที่ทั้งหมด (หน่วยนิวตัน)
A
=
พื้นที่ที่รองรับแรงดัน (หน่วยตารางเมตร)
P =
ความดัน (หน่วยนิวตัน / ตารางเมตร)
N/m2
หรือ
(พาสคัล)
Pa
หน่วยอื่น ๆ ของความดัน
1
พาสคัล
(Pa)
= 1
นิวตัน/ ตารางเมตร
(N/m2
)
1
บาร์ (Bar)
= 1.0x105
N/m2
(นิยมใช้ในทางอุตุนิยมวิทยา)
1
บรรยากาศ =
1.013x105
N/m2
=
760
มม. ของปรอท
ในการศึกษาความดันในของเหลว พบว่า เมื่อนำขวดน้ำพลาสติกมาใส่น้ำถ้าเจาะรูที่ผนังขวดน้ำจะพุ่งออกมาตามทิศทางที่แสดงด้วยลูกศร ดังรูปที่ 1 แสดงว่ามีแรงกระทำต่อน้ำในภาชนะ แรงนี้จะดันน้ำให้พุ่งออกมาในทิศทางที่ตั้งฉากกับผนังภาชนะทุกตำแหน่ง ไม่ว่าผนังจะอยู่ในแนวใด เราเรียกขนาดของแรงในของเหลวที่กระทำตั้งฉากต่อพื้นที่หนึ่งหน่วยของผนังภาชนะว่า “ความดันในของเหลว”

รูปที่ 1 แสดงแรงดันของน้ำ ณ ตำแหน่งต่าง ๆ ของขวด
เราอาจสรุปลักษณะความดันในของเหลว ได้ดังนี้
1. ของเหลวที่บรรจุอยู่ในภาชนะ
จะออกแรงดันต่อผนังภาชนะที่สัมผัสกับของเหลวในทุกทิศทาง
โดยจะตั้งฉากกับผนังภาชนะเสมอ
2. ทุก ๆ จุดในของเหลว
จะมีแรงดันกระทำต่อจุดนั้นทุกทิศทุกทาง

รูปที่ 2 แสดงทิศต่าง ๆ ของแรงที่ของเหลวกระทำต่อผนังภาชนะและต่อวัตถุที่จมอยู่ในของเหลว
3.
สำหรับของเหลวชนิดเดียวกันความดันของของเหลวจะเพิ่มขึ้นตามความลึก
และที่ระดับความลึกเท่ากันความดันของเหลวจะเท่ากัน
4. ในของเหลวต่างชนิดกัน ณ ความลึกเท่ากัน
ความดันของของเหลวจะขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของของเหลวนั้น
จากการทดลองตามข้อ 3 และ ข้อ 4
สามารถสรุปเป็นความสัมพันธ์ได้ว่า
![]()
เมื่อ k เป็นค่าคงตัวของการแปรผัน และเมื่อพิจารณาหน่วยของ k พบว่ามีหน่วยเป็น m/s2 ซึ่งเป็นหน่วยของความเร่ง ดังจะได้ศึกษาต่อไปนี้
เมื่อพิจารณาแรงกระทำของของเหลว ที่กระทำต่อก้นภาชนะดังรูปที่ 3a หรือที่กระทำต่อพื้นที่สมมุติ A ดังรูปที่ 3b แรงกระทำก็คือน้ำหนักของลำของเหลวที่อยู่เหนือพื้นที่ A นั่นเอง ถ้าให้น้ำหนักของเหลวเหนือพื้นที่ A เท่ากับแรงดัน ความดันอันเนื่องจากน้ำหนักของของเหลว สามารถหาได้ดังต่อไปนี้

รูปที่ 3 ความดันในของของเหลวและแรงที่ของเหลวกระทำต่อผนังภาชนะ เนื่องจากน้ำหนักของของเหลว
จากนิยาม
![]()
ดังนั้นจะได้ว่า
![]()
และจากการทดลอง p = krh จะได้ว่า k ก็คือ g นั่นเอง ซึ่งสอดคล้องกัน ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า “สำหรับของเหลวที่อยู่นิ่ง ณ อุณหภูมิหนึ่ง ๆ ความดันของของเหลวจะแปรผันตรงกับความลึกและความหนาแน่นของของเหลวเสมอ” (ไม่ขึ้นอยู่กับรูปร่างของภาชนะหรือปริมาตรของของเหลว )
ความดันเกจและความดันสัมบูรณ์ของของเหลว
ปกติเราจะตั้งเครื่องมือให้อ่านความดันได้เป็นส่วนที่เกินจากความดันบรรยากาศ จึงเรียกว่า gauge pressure
ความดันบรรยากาศ (Patm) + ความดันเกจ (PG) = ความดันสัมบูรณ์ (Pab)
atmospheric pressure + gauge pressure = absolute pressure
![]()
ส่วนความดันเนื่องจากน้ำหนักของของเหลว อาจเรียกว่า ความดันเกจ
![]()
หมายเหตุ
1. ความดันเกจ
(PG
)
ณ
จุดใด ๆ คือ ความดันที่ไม่คิดความดันบรรยากาศ ส่วนใหญ่คือ
ค่าที่อ่านได้จากมาตรวัดความดัน
2. ความดันสัมบูรณ์
(Pab)
ณ
จุดใด ๆ คือ ความดันที่คิดความดันบรรยากาศด้วย
3.
ค่าความดันที่คำนวณในสมการของแก๊สทุกสมการเป็นค่าความดันสัมบูรณ์
4. การหาความดันของของเหลวในการคำนวณ
จะไม่บอกว่าให้หาความดันเกจ
หรือความดันสัมบูรณ์ต้องพิจารณาจากค่าความดันบรรยากาศว่าในโจทย์ให้มาหรือไม่
ถ้าไม่ให้ Patm
แสดงว่าใช้
PG
แต่ถ้าให้ Patm
มาด้วย
แสดงว่าให้ใช้
Pab
(ความดันสัมบูรณ์)
ในการศึกษาความดันในของเหลว พบว่า
เมื่อนำขวดน้ำพลาสติกมาเจาะรู ขนาดพอสมควร น้ำจะพุ่ง ออกมาจากรูที่เจาะไว้
สถานการณ์จำลองข้างล่าง แสดงว่ามีแรงกระทำต่อน้ำในภาชนะเมื่อภาชนะมีรูเปิด
แรงนี้จะดันน้ำให้พุ่งออกมาซึ่งมีทิศตั้งฉากกับผนังภาชนะที่ตำแหน่งรูเปิดเสมอ
ไม่ว่าผนึกจะอยู่ในแนวใด
เราเรียกขนาดของแรงในของเหลวที่กระทำตั้งฉากต่อพื้นที่หนึ่งหน่วยของผนังภาชนะว่า
ความดันในของเหลว
ตัวอย่างหลักการทำงานของถังน้ำประปาที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน
คุณสามารถใช้เมาส์ลากที่แถบสไลด์บาร์ด้านซ้ายมือเพื่อปรับระดับน้ำในถังแล้วสังเกตการไหลของน้ำที่ท่อยาง และคุณสามารถใช้เมาส์คลิกที่ปลายท่อยางแล้วลากปลายท่อขึ้นไปตามเนินเพื่อสังเกตการไหลของน้ำจากท่อยางที่ตำแหน่งต่างๆ บนเนินได้
จากตัวอย่างด้านบน ! คุณได้ความคิดอะไรบ้างเกี่ยวกับความดันของของเหลว (น้ำ)
## ของเหลวชนิดเดียวกันที่ระดับความลึกเดียวกันความดันมีค่าเท่ากันเสมอ โดยรูปทรงของภาชนะที่บรรจุไม่มีผลใด ๆ ต่อความดันเลย